Profilo di numfon°•. numfon konmaimeehua...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


28 febbraio

ความทรงจำ

ความทรงจำที่ดีและไม่ดีนั้นมีมากมาย
ดูๆไปแล้วออกจะมีความทรงจำที่ไม่ดีมากกว่าเสียด้วย
แต่สิ่งที่เราจะทำเพื่อให้อยู่กับความทรงจำได้นาน
คือการจดจำแต่ความทรงจำดีๆ
แต่ก็ไม่ต้องลืมความทรงจำที่ไม่ดีหรอก
เก็บมันไว้เป็นบทเรียนในบางครั้งก็ได้...

21 febbraio

เทอรักฉัน เพราะอะไร?

พี่รักนู๋ เพราะอะไร


พี่รักนู๋ เพราะหน้าตาของนู๋ เพราะพี่เห็นว่า นู๋น่าจะดูดีพอที่จะอวดเพื่อนๆได้ว่า นู๋เป็นแฟนพี่

วันหนึ่งเมื่อนู๋แก่ลง ผิวหนังเหี่ยวย่น ผมขาวโพลน ฟันร่วงจนหมดปาก

ถึงตอนนั้น พี่จะยังรักนู๋อยู่ไหม ?

 

พี่รักนู๋  เพราะนู๋เอาใจพี่  นู๋ไม่เคยขัดใจพี่

วันหนึ่งหากเรามีปัญหา

จริงอยู่ ว่าเรารักกัน

แต่คนที่อยู่ด้วยกัน ก็ต้องมีขัดแย้งกันบ้างเป็นธรรมดา เหมือนลิ้นกับฟันกระทบกัน

เหมือนเส้นผมที่อาจพันกันยุ่งเป็นปม

เราคุยกันด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ ไม่สำคัญว่าใครเป็นคนผิด แต่สำคัญที่เราจะแก้ไข

ถ้าวันหนึ่งเราต้องทะเลาะกัน ต้องขัดแย้งเพราะความเห็นที่แตกต่าง เราอาจควบคุมอารมณ์ไม่ดีพอ เราอาจทำร้ายจิตใจกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

ถึงตอนนั้น พี่จะยังรักนู๋อยู่ไหม

 

พี่รักนู๋ เพราะนู๋เอาอกเอาใจพี่

พี่บอกนู๋หลายครั้ง ว่าให้โทรไปหาพี่

ให้บอกรักพี่ก่อนนอน หอมแก้มก่อนวางสาย

วันหนึ่ง หากนู๋มีเรื่องยุ่งวุ่นวาย

มีงานมากมายที่ต้องทำจนดึกดื่น

นู๋มีญาติพี่น้อง มีงาน มีเรื่องสำคัญอีกเยอะแยะในชีวิตที่ต้องการความสนใจจากนู๋

นู๋อาจโทรไปหาพี่ทุกวันเหมือนเดิมไม่ได้

นู๋อาจไม่ได้ตัวติดกับพี่ อยู่คุยเล่นกับพี่ตลอด 24 ชั่วโมง

ถึงตอนนั้นพี่จะยังรักนู๋อยู่ไหม ?

 

 

พี่รักนู๋ เพื่อหลีกหนีความเหงา

คนที่พี่รัก ไม่ได้รักพี่ตอบ

นู๋อาจเป็นเพียงเงาของใครคนหนึ่ง

เป็นคนโง่งมงาย ที่ยอมให้พี่ใช้เป็นตัวแทน

วันหนึ่ง หากใครคนนั้นหันกลับมา และมองเห็นพี่

ถึงตอนนั้น พี่จะยังรักนู๋อยู่ไหม

 

จริงอยู่ คนเรารักกันไม่เห็นต้องปกปิดหลบซ่อน

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องป่าวร้องให้ชาวโลกทุกคนรับรู้

รักคือการให้ ไม่ใช่ครอบครอง

ถ้านู๋ไม่ได้ประกาศบอกรักพี่บ่อยๆ

ไม่พูดคำหวานเหมือนที่คู่อื่นเขาพูดกัน ไม่คุยโทรศัพท์กับพี่ทั้งคืน จนลืมเพื่อนฝูง ลืมครอบครัว

พี่จะยังรักนู๋อยู่ไหม?

 

พี่รักนู๋ เพราะนู๋อาจมีนิสัยทุกอย่างที่พี่ชอบ

แต่พี่รู้ไหม ว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบ

นู๋อาจมีนิสัยหลายอย่างที่ไม่เข้ากับพี่

ถ้าลองเขียนลงในกระดาษ ความแตกต่างของเราคงจะยาวเป็นร้อยๆข้อ

นู๋อยากให้พี่ยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของนู๋

เพราะถ้าพี่ไม่ทำอย่างนั้น พี่ก็จะหลงรัก "คนดีคนนั้น" ที่เพอร์เฟ็กต์ทุกอย่าง ไม่ใช่นู๋

และถ้าพี่พยายามทำตัวน่ารัก พยายามทำทุกอย่างให้นู๋ชอบ จนลืมที่จะเป็นตัวของตัวเอง

นู๋ก็คงรัก "คนน่ารักคนนั้น"

ไม่ใช่พี่ตัวจริงของพี่

ถ้าพี่รู้ว่าจริงๆเรามีนิสัยเข้ากันไม่ได้หลายอย่าง

มีหลายอย่างที่เราอาจต้องยอมๆกันไป ต้องปรับตัว อดทนอยู่ด้วยกันไม่เหมือนช่วงแรกๆที่หลงใหลรักกันหวานชื่น

ถึงตอนนั้น  พี่จะยังรักนู๋อยู่หรือเปล่า

 

ความรักไม่มีนิยาม ไม่มีคำตอบที่แน่นอน

คนโบราณเชื่อว่า ความรู้สึกและความนึกคิดทั้งมวลของเราอยู่ที่หัวใจ

ปัจจุบัน เรารู้แล้วว่าสมองต่างหากที่เป็นตัวทำทุกอย่าง คิดคำนวณเหตุผลอย่างชาญฉลาด

ถึงกระนั้น ก็ไม่แปลกเลยที่เซลล์สมองเหล่านี้จะโง่ไปบ้างในเรื่องความรัก

สมองคิดเอาเรื่องเงิน ฐานะ หน้าตา และอะไรหลายอย่างมาผสมปนเป จนทำให้เรามองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดไป

เพราะว่าความรักไม่สามารถคิดคำนวณด้วยสมอง

แต่สามารถสัมผัสได้ ด้วยหัวใจ


ลองถามตัวเองดู..

พี่รักนู๋   เพราะอะไร

 

31 gennaio

ความรักเหมือนยาชนิดหนึ่งที่ดีกับหัวใจ

ความรักเหมือนยาชนิดหนึ่งที่ดีกับหัวใจ                      เพราะอะไรนะเหรอ ?

เพราะทำให้หัวใจเรารักคนเป็น
เพราะทำให้เราไม่ได้ใช้หัวใจแค่หายใจไปวันๆๆ
เพราะทำให้หัวใจเรามีความสุข แล้วกายเราก้อจะสุขไปด้วย
เพราะทำให้เรากลายเป็นคนที่มีจิตใจดี รู้จักเสียสละ ความรู้สึกดีๆๆให้กับคนที่เรารัก
เพราะทำให้เราไม่กลายเป็นคนเห็นแก่ตัว รักแต่ตัวเอง
เพราะทำให้หัวใจของเราแข็งแรงยิ่งขึ้น ถ้าเมื่อใดที่คนที่เรารักเค้าบอกเลิกเราไป แล้วเมื่อเรามีความรักแล้วไม่สมหวัง เราก้อจะทำใจได้
แล้วยังมีอีกหลายเหตุผลมากมายเลย

การที่คนเราจะมีความรักในวัยเรียน ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การที่มีความรักในวัยเรียน เราก้อต้องคำนึงถึงเรื่องเรียนเป็นที่หนึ่ง แล้วอย่าไปมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนที่จะเรียนจบ เราควรจะรักบนพื้นฐานของความถูกต้องด้วย ไม่ใช่รักแบบไม่ลืมหูลืมตา แล้วคนที่อคติต่อความรัก เราอยากจะบอกว่า หัวใจก้อเหมือนหน้าต่าง ถ้าเราไม่ลองเปิดใจดูบ้าง ซักวันมันก้อจะกลายเป็นหัวใจที่ไร้ประโยชน์ มีหน้าที่แค่ต่อลมหายใจไปวันๆๆโดยไม่ได้รู้สึกดีๆๆอะไรกับใครเลย หน้าต่างถ้าไม่เปิด บ้านก้อจะมืดมน ไม่มีวันเห็นแสงแดด คุณอยากเป็นคนที่มืดมนตลอดชีวิตหรือ?

การเดินทางของหัวใจสองดวง

เคยได้ยินว่า ความรักคือการเดินทาง จากใจหนึ่งไปหาอีกใจหนึ่ง โดยวิธีการเดินทางนั้น มีอยู่หลายวิธี  บ้างก้อเดินทางด้วยสองเท้า บ้างก้อเดินทางโดยรถยนต์  บ้างก้อเดินทางโดยรถไฟ  บ้างก้อเดินทางโดยเครื่องบิน  ก้อแล้วแต่ว่าความรักของใคร จะเป็นแบบใด  ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์คืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก้อเดินทางด้วย เครื่องบิน ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์คืบหน้าไปอย่างช้าที่สุด  ก้อเดินทางด้วย สองเท้า แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องไม่ลืมก้อคือ การเดินทางที่รวดเร็วนั้น ...มักทำให้เราไม่ทันมองเรื่องราวระหว่างทาง ในขณะที่การเดินทางที่เชื่องช้ามากๆๆ นั้น  ...แม้จะมีเวลามองเรื่องราวระหว่างทางอย่างไม่มีขีดจำกัด  แต่กว่าจะถึงที่หมาย ก้ออาจจะสายเกินไปแล้วก้อได้  ดังนั้น เวลาที่รักใคร จึงขอให้ความสัมพันธ์คืบหน้าแบบรถไฟ  คือ ไม่ต้องเชื่องช้ามากเหมือนกับการเดินทางเท้า  และก้อต้องไม่รวดเร็วเหมือนเครื่องบิน  ค่อยๆๆเรียนรู้ นิสัยใจคอซึ่งกันและกัน  เมื่อทะเลาะ ก้อปรับจูนความเข้าใจ  เพราะถ้าความรักเป็นเรื่องสำคัญและมีความหมายสำหรับคนสองคนจริงๆๆ  ก้อเชื่อเถอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทะเลาะเรื่องใด ก้อไม่ใช่เรื่องที่จะยอมกันยาก  ถือว่าเป็นหน้าที่ของคนสองคนอยู่แล้ว  ที่ต้องช่วยกันรักษาความรักที่มีความหมายนั้นไว้  ส่วนการเดินทางจากใจหนึ่งไปหาอีกใจหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว  ที่เปรียบได้กับ การรักเขาข้างเดียว  ก้ออาจจะมีความสุข แต่เข้าใจนะว่ามันเป็นความสุขที่แสนเหนื่อย เพราะระหว่างที่เดินทางจากใจตัวเอง มุ่งไปหาเขานั้น เราก้อยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เมื่อไปถึงหัวใจเขาแล้ว  เขาจะเปิดประตูหัวใจต้อนรับเราไหม  ความรัก หลายๆๆครั้ง ที่ทำให้เราต้องเสี่ยงกับความผิดหวัง  แต่ถามว่า งั้นก้ออย่ามีความรักเลย จะดีกว่าไหม คำตอบ คือ ไม่ดีหรอก  เพราะทุกเรื่องในชีวิต ก้อล้วนแล้วต้องเสี่ยงกับความผิดหวังทั้งนั้น  ถ้าเรามัวแต่นั่งกลัวว่าตัวเองจะผิดหวังเสียใจ  ก้อคงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี

ดังนั้น แม้ว่าพอเดินทางไปถึงแล้ว เขาจะปิดประตูหัวใจใส่เรา  แต่เชื่อไหมว่า..  อย่างน้อยๆๆ เราก้อยังได้ทำดีที่สุด เพื่อความรักที่มีอยู่ในหัวใจ แม้จะต้องเจอกับคำปฏิเสธ
แม้เราจะต้องยืนร้องไห้เพราะความเหน็ดเหนื่อย  เหนื่อยที่รักเขา แต่เขากลับตอบว่า ไม่รัก ตอบแทนกลับมา แต่คนที่กล้ารักใครก่อน แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าต้องเสี่ยงกับความผิดหวังนั้น
ถือเป็นที่กล้าจะใช้ชีวิตคนหนึ่ง  หากเหลือคำอวยพรหนึ่งข้อให้ขอ ก้อเต็มใจจะขอให้เธอ...เป็นคนที่มีความกล้า กล้าจะใช้เวลา กล้าจะออกเดินทางไปบนถนนสายความรัก
เพื่อหาประสบการณ์ทางด้านความรู้สึก ที่ไม่มีสอนในห้องเรียน เจ็บปวดบ้าง สุขใจบ้าง แต่มันก้อคือรายละเอียด  ที่เธอสามารถจดลงไปใน สมุดบันทึกการเดินทาง ของชีวิตตัวเอง

29 gennaio

บางอารมณ์

คนเราในบางครั้ง

มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า

ในขณะที่อีกบางเวลานั้น

มีคราบน้ำตาเลือนลาง

นั่นสินะ

คนเรา .. ย่อมต้องเจอกับสิ่งเหล่านี้

ไม่แปลกที่จู่ จู่ หยดน้ำมันจะรินไหลจากตา

แล้วไม่แปลกใจอีกเหมือนกันว่า

หัวเราะ รอยยิ้ม มีเกิดขึ้นเต็มใบหน้า

ฉะนั้น ยิ้มรับความเศร้า ..

ขจัดความเหงาด้วยเสียงหัวเราะ

และ

หวังไว้ว่าเราคงจะทำได้เช่นกัน

17 gennaio

ความเข้มแข็งในความอ่อนแอ

เข้มแข็ง.....คำนี้เราท่องจำให้กับตัวเองทุกวัน เราไม่ต้องการให้ใครต่อใครมาเห็นใจ  เราไม่ต้องการความสงสารจากใครทั้งนั้น เราจะทำให้ทุกคนเห็นว่าเราไม่ได้อ่อนแอกับเรื่องแค่เล็กน้อย  โดยเฉพาะเค้า... ในทุก ๆ วันเราต้องฝืนยิ้มแม้ข้างในมันจะเต็มไปด้วยรอยน้ำตา แกล้งทำเป็นสดใสแต่ข้างในลึก ๆ เราเศร้ามากแค่ไหน ทุกครั้งที่มีใครถามเรา ว่าเรารักเค้าอยู่มั้ย เราต้องฝืนตอบไปว่าไม่รัก แต่ลึก ๆ เรารักเค้ามาก รักมากกว่าใคร เราต้องฝืนทำตัวเองทุกครั้งที่เจอเค้า เพื่อไม่ให้เค้ารู้ว่าเรารู้สึกยังไง เราอ่อนไหวแค่ไหนเมื่อเจอเค้า ตอนนี้....เค้าอาจจะคิดว่าเราดีกว่าเดิม เราออกไปจากชีวิตเค้า  แล้วเรามีความสุข แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เราทรมานที่ต้องอยู่โดยไม่มีเค้า  เราเจ็บเมื่อเห็นเค้าอยู่กับใคร ภายนอกเราดูเข้มแข็ง แต่ไม่มีใครรู้ว่าเรา

...อ่อนแอแค่ไหน และเราจะไม่มีวันให้ใครรู้เลย

เส้นทางเส้นใหม่

ความรัก   คือสิ่งที่ทำให้คนหนึ่งคนยอมทำทุกอย่างเพื่อคัยอีกคนได้ ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องที่เล็กน้อยสำหรับเค้า...............แต่มันคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากที่สุดสำหรับเรา แค่เห็นรอยยิ้ม  ของเค้า  เห็นเค้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุข  เราก็เป็นสุขตามไปด้วย  ถึงแม้ในความเป็นจริงจะเจ็บปวดมากแค่ไหน พึ่งรู้เหมือนกันนะว่าความรักทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ได้...............หากวันนึงขาดเค้าไป  ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยู่ยังไง อย่างน้อย ๆ ในตอนนี้หากเราไม่ได้ รักกัน  เรา......ยังยืนอยู่บนพื้นดินดินเดียวกัน  ใช้อากาศหายใจร่วมกัน อยู่บนโลกใบเดียวกัน   ทุกวัน...........แค่ได้เห็นหน้า เห็นรอยยิ้ม  ที่ไม่ใช่ความเฉยชา   ทำให้เรามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก  มีความสุขที่ได้รักเค้า  ดีใจที่เคยเป็นคนที่เค้าบอกรัก ดีมากมายแค่ไหน.......แล้ว  ตั้งแต่วันที่เลิกกันไป  เค้าเองคงจะรักคัย  มีคัยมากมาย  แต่เราเองไม่เคยเป็นแบบนั้น  เรายังอยู่ที่เดิม    ที่ที่เค้าเดินจากมา  ถนนสายเก่าที่เค้าและเราเคยเดินร่วมกันมา มาวันนี้เค้าเดินออกไปและพบเส้นทางสายใหม่  เส้นทางสายใหม่สายนี้อาจจะมีคนที่ดีกว่าเรา ดีกว่าที่เค้าอยู่กะเรา  ก็ดีแล้ว.................ที่เค้าเดินออกไปเจอคนใหม่ ๆ โลกใหม่ ๆ ที่ดีกว่าโลกใบเก่า จะไม่ยื้อ  ไม่รั้ง   อยากให้เค้าทำในสิ่งที่เค้าคิดว่าดีที่สุด สำหรับตัวเค้าเอง....... ส่วนเราน่ะหรอ......จะยังยืนอยู่ที่เดิม ที่ที่เค้าเดินจากมา   รอคอยวันเวลาที่คัยคนนั้น จะกลับมาหาคนคนนี้อีกครั้ง.....ไม่ว่าเวลามันจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน

ก็ตาม......จะยังรักอยู่เหมือนเดิม

ตลอดไป...........................

16 gennaio

ความสมหวัง 0 *o* 0 ความผิดหวัง

คนเรารู้จักโลกและชีวิตไม่เท่ากัน
บางคนมองโลกในแง่ดี (มาก)  ขณะที่บางคนเห็นเฉพาะความมืดหม่นของชีวิต  การมองและการเห็นดังกล่าวไม่ได้มาจากสายตา หากเกิดจากความรู้สึกนึกคิดซึ่งเป็นเรื่องภายใน  คนเรามีพลังในการเผชิญกับแรงเสียดทานในชีวิตไม่เท่ากัน  บางคนสิ้นหวังง่ายและบางคนสิ้นหวังยาก  แต่การมีชีวิตอยู่บนโลกจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไม่หมดหวังง่าย ๆ  การสร้างความหวังนั้นบางทีก็คล้าย ๆ การหลอกตัวเองอย่างแนบเนียน  เพราะถ้าไม่แนบเนียนเราจะไม่เชื่อเรื่องความหวังหรืออาจเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  ทั้งสองสิ่งไม่ก่อประโยชน์ใด ๆ เลย...  ความสมหวัง...ความผิดหวัง  การมีความหวัง...การหมดหวัง   การสู้...การยอมแพ้   ความเบิกบานใจ...ความหดหู่ใจ  คือสองฝั่งในชีวิตที่คนเราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย  สำหรับคนที่ไม่สู้ก็ไม่ค่อยจะมีหวัง...และเมื่อหมดหวังเราก็จะรู้สึกหดหู่ใจ...  ผู้คนไม่สามารถสมหวังได้ตลอดเวลา...แต่เราเลือกที่จะมีความหวังอย่างต่อเนื่องได้  หรือถ้าเลือกไม่ได้ก็อย่าสิ้นหวังแบบยืดเยื้อยาวนาน  ผลข้างเคียงของการสิ้นหวังจะทำให้เราหมดเรี่ยวแรง...ขาดแรงบัลดาลใจ ไร้ชีวิตชีวา...  เป็นการง่ายมากในการบอกว่า... "จงมีความหวัง"...  แต่ค่อนข้างยากในการทำให้ได้เช่นนั้นจริง ๆ ... การมีความหวังต้องอาศัยพลัง...และความอดทนมากพอสมควร...  หลังจากออกแรง "หวัง" และสู้ทน "หวัง" แล้วอาจจะไม่สมหวังก็ได้  เพราะการมีหวังและการสมหวังไม่ใช่เรื่องเดียวกัน...  มันเป็นเพียงแค่เรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง..   สำหรับการมีความหวังนั้น...แม้มันจะไม่มีสิ่งที่ดีกว่ารออยู่จริง  แต่การหวังว่าเรื่องต่าง ๆ จะไม่เลวร้ายเกินไปกว่าเดิม...   ก็ถือว่าเป็นความหวังชนิดหนึ่งเหมือนกัน...

13 gennaio

ที่ ๆ เดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม

ดวงตาคู่เดิม แต่สายตาที่มองมามันให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม

แขน ๆ เดิม มือ ๆ เดิม แต่ความอบอุ่นเวลาที่กอดไม่เหมือนเดิม

วันเวลา ยังคงหมุนเท่าเดิม แต่เวลาที่มีให้กันมันไม่เหมือนเดิม


เบอร์ยังเป็นเบอร์เดิม แต่ไม่โทรหาเหมือนเดิม

บ้านยังอยู่ที่เดิม แต่ไม่มาหาเหมือนเดิม

รถยังคันเดิม แต่บรรยากาศในรถไม่เหมือนเดิม

โลกใบเดิม ๆ ที่ไม่สวยงามเหมือนเดิม

คน ๆ เดิมที่ไม่เหมือนเดิม

หัวใจเดิม ๆ ที่เจ้าของใจไม่เหมือนเดิม

ฉันยังเป็นคน ๆ เดิม แต่เค้าไม่เหมือนเดิม

เค้าก็ยังเป็นคน ๆ เดิม แต่ก็แค่เค้าไม่รักฉันเหมือนเดิมก็เท่านั้น

ช่างเถอะ ถึงฉันจะเจ็บ จะเสียใจ จะร้องไห้

แต่ฉันยังเข้มแข็งพอ เมื่อก่อนไม่มีเค้า

ฉันยังอยู่ได้ แล้วตอนนี้ไม่มีเค้า ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้

ฝากบอกเค้าด้วยถึงฉันจะไม่สามารถลืมเค้าได้

แต่ฉันก็สามารถพยุงตัวอยู่บนโลกใบนี้ได้

อย่างเข้มแข็ง อยู่ได้โดยไม่ต้องมีเค้า.......เหมือนเดิม

10 gennaio

ความห่างไกล

ฉันอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จัก กับเค้าคนนี้  เขาคือ " ความห่างไกล "  เมื่อก่อนฉันไม่ชอบเขาเลย  เรียกว่า " เกลียด " เขาเลยก้อได้  เหตุผลที่ฉันเกลียด เขาน่ะเหรอ. . .ก้อเพราะว่าเขา  ได้ทำให้คนที่ฉัน " รัก " อยู่ห่างไกลจากฉัน  ก้อเพราะเขาคนนั้นแหละ ที่เรียกว่า   " ความห่างไกล "  แต่เมื่อ เวลาผ่านไป ฉันกลับเริ่ม ชอบเขาขึ้นมาแล้ว   ฉันกลับต้องขอบคุณเขาอิกด้วยซ้ำ ที่วันนี้เขาทำให้ ฉันได้รู้ว่า  บนโลกนี้ยังมี " ความรัก "   ที่แท้จริง หลงเหลืออยู่  ซึ่งใช้ " ความห่างไกล "  นี้เป็นตัววัด ความรัก ที่แท้จริง ของฉันได้

" ขอบคุณมากค่ะ " . . .ความห่างไกล

ความห่างไกล.....วัดความผูกพัน

มีคนบอกว่า ... ฟ้าดินลงโทษเขาให้ห่างไกลกับคนรัก  ฉันกลับคิดว่า ... ฟ้าดินกำลังสงสัยคู่นี้ว่า  ... เขารักกันจริงหรือป่าวต่างหาก ...  เลยทดสอบโดยแยกคนนึงไปทาง ... อีกคนไปทาง  คงมีใครบางคนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ  ถ้าเราคิดว่ามันเป็นการทดสอบว่าเราเลือกถูกคนรึป่าว  ความห่างไกล ... จะเป็นตัววัดปริมาณความผูกพันที่เรามีต่อกัน  ถ้าเรายังรู้สึกเหมือนเดิม...แถมยังเพิ่มความห่วงใย ... ความคิดถึง ... นั่นคือเรามีความรักที่แท้จริงให้เค้า ... เราสอบผ่าน ...   แต่ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงไป ... แรก ๆ ก็ติดต่อกันถี่หน่อย ... หลัง ๆ เริ่มห่างหาย  เค้าสอบตก ... ก็ในเมื่อปริมาณความผูกพันของเค้ามันมีไม่เพียงพอ  เราน่าจะภูมิใจในตัวเอง ... ที่เราได้เลื่อนชั้นขึ้นไป ... แม้มีใครจะสอบตก   ถ้าเค้าอยากจะขึ้นมาอยู่ข้างเรา... เค้าต้องเร่งให้สอบผ่านบททดสอบนี้ ... แล้วก้าวขึ้นมาอยู่ข้างเราเอง ...  ถ้าเค้าไม่ผ่าน ... ก็ถือว่าเป็นบุญ ...
ที่ฟ้าดินได้คัดคนโง่ ... ออกไปจากเราแล้ว ...

09 gennaio

กลับมาเป็นตัวของตัวเอง (อีกครั้งนึง)

ปีใหม่แห่งการเริ่มชีวิตใหม่.........
 หลายคนอาจจะตั้งไว้..ปีใหม่ปีนี้จะเริ่มต้น.....
 อะไรใหม่และดี.......ฉันก็อยากที่จะเริ่มต้น...
 ปีใหม่ด้วยอะไรดีๆเหมือนกัน............
 วันที่เก้ามกราคม..มันคงไม่สายเกินไปใช่ไหม.....
 ขอเริ่มต้นใหม่แล้วกันตัวเราอยากจะเริ่มต้นใหม่....
 

 เมื่อวานที่ผ่านได้คุยกับพี่สาว....ที่น่ารักและเข้าใจฉัน....
 ปรับทุกข์กันนิดหน่อย....ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำ...
 ทำให้ตัวเองคิดอะไรได้เยอะ...และเห็นคุณค่าของตัวเองมาก.....ขึ้น
 

 วันนี้ค่อนข้างที่จะสับสน....อะไรหลายอย่าง...
 บางอย่างยังตัดสินใจไม่ได้แต่....ตอนนี้ตัดสินใจได้แระ....

แต่....ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัดสินใจไป มันจะทำให้ตัวฉัน...ทุกข์ หรือ สุข กันแน่++++

การ รัก คือสิ่งที่เรารับได้

การรักใครสักคนนั้น . . .
ง่ายกว่าการตัดใจ จากใครสักคนนัก


การสบตา จากใครสักคนนั้น . . .
ย่อมมีความสุข กว่าการหลบตาใครสักคน เป็นแน่แท้

จะมีสักกี่คน ที่สามารถทำให้เรายิ้มได้ . . .
ยิ้มให้กับคนที่เขาไม่รักเรา . . .

เพราะอย่างน้อยเขาก็คือ คนที่ได้รับความรักจากเรา
ยิ้มให้กับพรหมลิขิต ที่ทำให้เราเจอกันถึงแม้เราจะไม่ได้รักกัน . . .

เพราะอย่างน้อยพรมลิขิต ก็ยังได้ทำให้เราได้รู้จักกัน 

ยิ้มให้กับหัวใจตัวเอง ที่ไปรักเขา . . .

เพราะอย่างน้อยหัวใจของเรา ก็ยังได้เรียนรู้กับความรัก


จะต้องรอ..อีกนาน..สักแค่ไหน

หากหัวใจ..ยังบอบช้ำ..ระกำฝืน
ทนเจ็บปวด..รวดร้าว..ให้ก้าวยืน
รอวันคืน..เธอกลับ..มารับใจ

ฉันยังอยู่เพื่อ...เทอ...(คนดีของหัวใจ)

ฉันยังอยู่... เพื่อเธอ ^^

และแล้วมันก็ผ่านไป....

หลังจากอะไรหลาย ๆ อย่างที่ฉันคิดว่าคงจะลงตัวในอีกไม่ช้า
ก็กลับทำให้ฉันรู้สึกว่า อะไรหลาย ๆ อย่างที่ฉันเป็นอยู่ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
และฉัน... ก็คิดว่า มันคงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เธอที่ฉันรัก ก็ไม่เหมือนเดิม
ฉันคนที่เธอคิดว่าเป็นตัวสำรอง ก็ไม่เหมือนเดิม
และเรา.. ก็คงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

อีกนานไหม กับความรู้สึกว่าเหงา จะหายไป
อีกนานไหม กับความรู้สึกที่ว่าเธอไม่เคยที่สนใจฉัน
อีกนานไหม กับความรู้สึกที่ว่าเธอเปลี่ยนไป และไม่เหมือนเดิม
 และอีกนานไหม กับความรู้สึกที่เรียกว่า"รัก" ระหว่างฉันและเธอจะกลับคืนมา

ฉันไม่รู้ว่าต่อไปมันจะเป็นเช่นไร แต่ฉันก็จะขอรักเธออยู่อย่างนี้ต่อไป ....

ไม่ว่าเธอจะคิดยังไง และรู้สึกอย่างไรกับฉัน
ฉันก็ยังยืนยัน ว่าฉันจะรักเธอ.... ^^

อยากให้เรากลับมา.... "กลับมาเหมือนเดิม"
เพราะฉันอยากจะเดินไปด้วยกันกับเธอ..............>>> สุดที่รัก <<<

08 gennaio

"ข้อคิดเพื่อครอบครัว"

1. ข้อสำคัญของการเลือกคู่ คือ
เราไม่ได้เลือกใครเพราะเขาสมบูรณ์แบบ แต่เพราะเขามีจุดดีหลักๆที่เราประทับใจ ส่วนจุดอ่อนด้อยนั้นเป็นส่วนปลีกย่อยที่เราสามารถยอมรับได้อย่างไม่ยากเย็น
                
2. ในความเป็นจริง ไม่มีใครดีเลิศสมบูรณ์แบบ ถ้าเรามองไม่เห็นจุดอ่อนด้อยของเขาเลย นั่นแสดง ว่า เรายังไม่รู้จักเขาอย่างแท้จริง หรือไม่ เราก็กำลังตกอยู่ในความหลงใหลจนไม่ลืมหูลืมตา
 
3. การแต่งงาน คือ การผูกพันกันด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพียงร่างกายและยิ่งไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผล ประโยชน์เชิงธุรกิจ
 
4. คนที่แต่งงานเพราะความเหงาจะยิ่งเหงาหนักเป็น 2 เท่า แต่งงานแบบคลุมถุงชน ก็มีแนวโน้มว่า ชีวิตจะมืดมนไปอีกนาน
 
5. ความสุข ความทุกข์ ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ชีวิตหลังแต่งงาน คิดให้ดีก่อนที่จะเลือกใครมาเป็นคู่ชีวิต ... 
 
6. บ้านจะเล็กหรือใหญ่ ไม่สำคัญ แต่ "ความรัก" ต้องใหญ่ที่สุดในบ้าน
 
7. คำว่า "รัก" พูดมากไป ย่อมดีกว่า พูดน้อยไป...
 
8. เมื่อเรา ทำผิด....จง "ขอโทษ" เมื่อเขา ทำผิด ....จง "ให้อภัย"
 
9. ชีวิตแต่งงาน คือ ชีวิตแห่งการปรับตัว ถ้าไม่คิดจะปรับตัวเข้าหาใคร อยู่เป็นโสดไป ก็ดีกว่า...
 
10. ยอมเป็นผู้แพ้ ดีกว่า เป็นผู้ชนะที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากชีวิตสมรสที่หักพัง...
 
11. "แก้ตัว" .... ช่วยอะไรไม่ได้ "แก้ไข" .......ช่วยได้ทุกอย่าง...
 
12. เมื่อมีปัญหาในครอบครัว อย่าลืมใช้ความรักและหลักเหตุผลเป็นกรรมการ ตัดสิน ไม่ใช้ อารมณ์ หรืออาวุธ..
 
13. งอนแต่พองาม...ก็งามดี แต่งอนเกินพอดี ก็เกินงาม...
 
14. ต่างคนต่างแข็ง ไม่มีใครยอมอ่อนข้อต่อกัน...บ้าน...ก็คงไม่ต่างอะไรกับสนามรบ
 
15. เมื่อสามีอ่อนแอ ไม่รับบทบาทผู้นำ ความสับสนวุ่นวาย ก็ตามมา หรือเมื่อภรรยา พยายามแย่งบทบาทการนำจากสามี ชีวิตครอบครัวก็รอดยาก
 
16. ความไม่ซื่อสัตย์ ต่อกันเพียงครั้งเดียว ก็อาจสั่นคลอนความไว้วางใจที่มีให้กันได้ท้ายที่สุด ชีวิตคู่ก็จบลงด้วยความแตกร้าว ยากเยียวยา
 
17. ความเห็นแก่ตัว สนใจแต่ปัญหา อารมณ์ ความรู้สึก และความสนใจของตัวเอง ชีวิตคู่ก็อยู่ด้วยกันยาก
 
18. ก่อหนี้สินจนล้นพ้นตัว ครอบครัวก็มีแต่ความตึงเครียดทุกเช้าเย็น
 
19. เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือทั้งสองฝ่ายเรียกร้องและคาดหวังจากกันและกันมากเกินพอดี ปัญหาก็จะมีเรื่อยไป…ไม่สิ้นสุด
 
20. ควรตระหนักว่า...ภรรยา ไม่ใช่ผู้ปรนนิบัติรับใช้สามี แท้จริงแล้ว สามีภรรยา ควรเอาใจใส่ดู แลกันและกันอย่างดีที่สุด ...ย่อมดีกว่า
 
21. ไม่มีอะไร ทำให้ภรรยาปวดร้าวใจ มากเท่าการค้นพบว่า สามีมีหญิงอื่นใน หัวใจ
 
22. รักเดียว...ใจเดียว ไม่ใช่เรื่องเชย แต่เป็นเรื่องดีที่สามีทุกคนในโลกควรกระทำ
 
23. การขอโทษภรรยาเมื่อทำผิด ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรีแต่เป็นศักดิ์ศรีของสามี...ที่แท้จริง
 
24. ไม่ควรมองว่า งานดูแลบ้าน เป็นความรับผิดชอบของภรรยาสามีควรมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระ อย่างสุดความสามารถเสมอ
 
25. สรีระรูปร่างหน้าตา ที่เปลี่ยนไปของภรรยา ไม่ควรเป็นเหตุให้ความรักในหัวใจของสามีจืดจาง ลงแม้แต่น้อย
 
26. ควรระลึกอยู่เสมอว่า...การนำครอบครัวนั้น คือ การนำโดยเห็นผลประโยชน์ของครอบครัวเป็น หลักไม่ใช่ เพื่อความสุข ความพึงพอใจของตนเอง
 
27. ภรรยาที่ดี ควรสนับสนุนสามีให้ก้าวไกลในชีวิต ไม่ใช่ดึงรั้งให้หยุดอยู่กับที่ หรือถอยหลัง
 
28. ภรรยาที่ดี ไม่ควรใช้วิธีการบีบบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้สามีตัดสินใจตาม ความคิดของตน
 
29. ในสถานการณ์หน้าสิ่ว หน้าขวาน สามีต้องการภรรยาที่สงบนิ่ง ช่วยกันคิดหาทางออก  ไม่ใช่ ภรรยาที่เอาแต่โวยวาย ตีโพย ตีพายหรือร้องไห้ฟูมฟาย โดยปล่อยให้เขาต้องแบกภาระหนักอึ้งเพียงลำพัง
 
30. การไม่ตีลูก เพราะกลัวลูกเจ็บ เมื่อยังเป็นเด็ก กลับจะทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่า เมื่อเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างปัญหา และถูกลงโทษ ... จากสังคม
 
31. ช่องว่างระหว่างวัย..ระหว่างรุ่น...ย่อมไม่มี ถ้าพ่อแม่ตระหนักถึงความสำคัญ และใช้ความ พยายามที่มากพอ วิธีที่ดีที่สุด คือ พ่อแม่ควรวางแผนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับลูก ไม่ใช่ตามแก้ ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
 
32. พึงตระหนักว่า ลูกไม่ใช่ดินน้ำมัน ที่พ่อแม่ อยากจะปั้นให้เขาเป็นอะไรก็ได้ตามใจชอบ เขาย่อม มีจิตใจที่มีเอกลักษณ์แห่งความชอบ ความสนใจที่แตกต่างไปจากพ่อแม่ได้เสมอ

อย่าท้อน๊า

ไม่มีใครในโลกนี้ที่เกิดมาแล้ว ไม่เคยประสบพบเจอแต่ความล้มเหลว แต่ถ้าหาก เรายังจมปลัก อยู่กับความล้มเหลวโดยไม่คิดที่จะลุกขึ้นมาสู้ใหม่ ชีวิตนี้ของเราก็จะพ่ายแพ้และล้มเหลวตลอดไป เมื่อใดก็ตามที่เราประสบความล้มเหลว เราก็จะได้รับบทเรียนให้กับชีวิต การค้นหาข้อผิดพลาด และข้อบกพร่อง จะทำให้เราได้ประสบการณ์ และสามารถลุกขึ้นสู้  จนท้ายที่สุดก็จะพบกับชัยชนะ จากการต่อสู้นั้นๆ หากเราคิดในทางสร้างสรรค์ ความล้มเหลวยังทำให้เรามีสติปัญญาคิดไตร่ตรองมากยิ่งขึ้น มีกำลังใจที่เข็มแข็ง มีความเชื่อมั่น เข้าใจในความทุกข์  และมีความอุตสาหะมากยิ่งขึ้นด้วย ถ้าเราคิดได้ดังนี้เราจะมีแรงฮึด ลุกขึ้นมาสู้ได้อีกอย่างแน่นอน การรู้จัก ที่จะมีความอดทน ต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งกับความเจริญก้าวหน้า  คนที่ไม่รู้จักอดทนต่อสู้ มักจะมีชีวิตที่แห้งเฉา อยู่อย่างซังกะตายไปวันๆ  ชีวิตไม่มีความหมายกับคนพวกนี้เลย ผู้ที่ไม่อดทนต่อสู้กับอุปสรรค จะไม่มีทางประสบความสำเร็จในชีวิตนี้ได้ เพราะเขาจะไม่มีพลังใดๆ มาต่อสู้กับปัญหาได้เลย เขาจึงต้องพบกับความผิดหวัง และความล้มเหลวอยู่เป็นประจำนั่นเอง นอกจากนี้การต่อสู้ ที่งดงาม  ก็มิใช่การต่อสู่ที่เหยียบย่ำผู้อื่น  จนทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จแต่เพียงผู้เดียว

เมื่อใดก็ตามที่เราลงมือต่อสู้
เราก็จะพบว่า...
เราก็มีความสามารถและมีพรสวรรค์
ที่กำลังก่อตัวอยู่ในตัวเราอย่างไม่น่าเชื่อ
ชึ่งนี้นี่เองคือผลพลอยได้ อย่างหนี่ง
ของการได้ลงมือต่อสู้ นั่นเอง

...........คือชีวิต

เราทุกคนรู้ดีว่า ...
 เราไม่สามารถจะทำทุกอย่าง ... ให้กับทุกๆ คนได้
 เราไม่สามารถจะทำทุกอย่าง ... ได้ในทันที
 เราไม่สามารถจะทำทุกอย่าง ... ให้ดีได้เท่ากัน
 เราไม่สามารถจะทำทุกอย่าง ... ได้ดีกว่าคนอื่นๆ ทุกคน
 และ ... เราก็ยังเป็นมนุษย์เหมือนกับคนอื่นๆ

ดังนั้น ...
 คุณจะต้องค้นพบให้ได้ก่อนว่า คุณคือใคร ?? ...
และสามารถที่จะเป็นอะไรได้บ้าง ...
 คุณจะต้องตัดสินใจให้ได้ว่า ... จะต้องทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก
 คุณจะต้องหากำลังใจของตัวคุณเองให้พบ ... และจงใช้ประโยชน์จาก มัน !!
 คุณจะต้องเรียนรู้ถึงความไม่สมบูรณ์แบบของผู้อื่นเสียบ้าง
 เพราะไม่มีใครคนใดที่จะทำอะไรถูกใจคุณไปหมดทุกอย่าง ...

ต่อจากนั้น ...
 คุณก็จะได้รู้ถึงลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของคุณเอง ... ที่ไม่เหมือนใคร
 คุณจะได้รู้ถึงวิธีการตัดสินใจ และการใช้สิทธิของตัวเอง
 คุณจะได้รู้จักการวางตัว ให้เป็นที่ศรัทธาแก่ผู้อื่น
 และในที่สุด ... คุณก็จะได้เป็น " บุคคลเหนือความตาย !! "

จงเชื่อเถิดว่า ...
 คุณคือ "คนพิเศษ" ที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ
 คุณคือ "คนหนึ่ง" ของเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์
 ซึ่งสิ่งนั้นมันไม่ใช่แค่เพียงสิทธิ(ที่คุณจะได้เป็น) ... แต่มันคือ "หน้าที่" ที่คุณจะต้องเป็น (ให้ได้) !!

 ชีวิตไม่ได้มีแต่ปัญหาที่จะต้องแก้ไข ...

 แต่ ชีวิต !! คือ "สิ่งวิเศษ" ที่เราจะต้องทะนุทนอมไว้ด้วยความรัก
 จงเชื่อดังนี้เถิด ...
แล้วคุณจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้แม้จะต้องล้มอีกสักกี่ครั้งก็ตาม ....

 

ชั่วครั้ง......ชั่วคราว

คนเราจะมีการสร้างความคุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ ...
และมีการสูญเสียความคุ้นเคย ในบางอย่างเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย...
ซึ่งมันคือหลักฐานในการยืนยันว่าเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตเป็นแค่สิ่งชั่วคราว..
สุดท้ายแล้ว...ไม่มีอะไรตั้งมั่นอยู่ได้อย่างถาวร...
แต่ถึงแม้จะรู้ว่าโลกนี้ไม่มีสิ่งถาวร
เรายังกลัวจะเสียบางความคุ้นเคยไป
ขณะเดียวกันมีบางความคุ้นเคย หล่นหายโดยไม่รู้ตัว...
เนื่องจากเรายึดความคุ้นเคยแต่ละชนิด ด้วยการถือมั่นไม่เท่ากัน...
แต่ละคนมีวิธีจัดการเรื่องชั่วคราวที่อยู่ในชีวิตได้ไม่เหมือนกัน
มีทั้งคนที่จัดการได้ดีและคนที่จัดการอะไรไม่ได้เลย
บางเรื่อง (ชั่วคราว) ที่สูญหายไปทำให้คนเราพ่ายแพ้อย่างยาวนาน...
มนุษย์ไม่ควรรู้สึกพ่ายแพ้ติดต่อกันนาน ๆ ...
และการรูสึกแพ้นั้นเราจะรู้สึกเกินกว่าสถานการณ์จริงเสมอ
แพ้แค่ 3 ก็อาจรู้สึกว่าแพ้ถึง 10
ชีวิตคือการเดินทางผ่านเรื่องชั่วคราวจำนวนมาก
และสุดท้ายชีวิตของเราแต่ละคนก็เป็นเรื่องชั่วคราว...
ถ้าเราตระหนักให้รู้ชัด ๆ ว่ามันชั่วคราว..
ความทุกข์ในใจก็จะลดน้อยลงทันตาเห็น
แต่อย่างว่า...เราตระหนักกันไม่ได้...
เพราะไม่ยอมเรียนรู้ถึงความชั่วคราวในชีวิตอย่างจริงจัง
แทบทุกวันเราจึงเอาเป็นเอาตายกับเรื่องต่าง ๆ
ราวกับเรื่องเหล่านั้นคือความคงทนถาวรที่จะดำรงอยู่ตลอดไป

ที่บอกว่า "เอาเป็นเอาตาย" ไม่ได้เกินความเป็นจริงเลย...
เด็ก ๆ เอาเป็นเอาตายกับการเรียนพิเศษ...
ผู้ใหญ่เอาเป็นเอาตายกับการทำงาน...
ผู้ชายเอาเป็นเอาตายกับความใคร่...
ผู้หญิงเอาเป็นเอาตายกับความรัก...
บางเวลารู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

และกำลังเป็นอยู่ ในชีวิตคนเราล้วนเพ้อไปทั้งนั้น...
ถ้าหยุดเพ้อลงบ้างก็ดี..การเกลียดใคร หรือรักใคร ก็เป็นการเพ้อ...
ทั้งความรักและความเกลียดไม่ใช่สิ่งถาวร...มันเพิ่มขึ้น...ลดลง...สูญหายได้
การเข้าไปยึดถือ และแบกเอาไว้ ทำให้ชีวิตมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น...
อยู่อย่างเบา ๆ สบายตัวดีกว่า...โปรดสังเกตเวลาที่เราโกรธหรือเกลียดใคร

ความไม่สบายใจ...ความขุ่นข้องใจ...ความหนักใจก็จะเกิดขึ้นในทันที...


ปีใหม่ >>> ใจเดิม

ใจเดิม ดวงเดิม และยังรักคนคนเดิม
คนที่ฉันไม่เคยลืม  คนดีของหัวใจ

 

เจ็บไหม??...
ถามมาได้ เจ็บไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ เจ็บแปลบที่หัวใจทุกครั้งที่เจอ แต่ไม่รู้จักจำ ไม่เข็ด
ไม่รู้จะทำยังไงเเล้ว---------------

หลายครั้ง...บอกใครๆไปว่าอยากจะเลิก  ไม่นานเดี๋ยวก็ลืมเองแหละ
แต่ทำไมยิ่งนานไปยิ่งถลำลึกล่ะ ทำไมยิ่งนานไปยิ่งเสียน้ำตาล่ะ

ไหนว่าจะไม่ร้องไห้ไง แล้วจะเสียใจทำไมกันนะ
 ได้เเต่บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เชื่อซิ สักวันเราจะต้องทำได้  ปลอบใจตัวเองชัดๆ ฮือๆๆๆๆๆ

รู้ไหมว่าหัวใจมันด้านชาจริงๆนะ เหมือนมันปิดตายไปแล้ว
ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่สามารถมองใครได้อีก ไม่ได้เลือกมากนะ   แต่ไม่สามารถจริงๆ

ทำไม
ทำไม...
แค่จะเลิกกับเค้า มันมีอิทธิพล ได้ขนาดนี่เลยเหรอ

 นี่เป็นอะไรไปแล้วนะใจ...
สับสน..
ลังเล...
วุ่นวาย...
น้ำตา...

แต่ทุกอย่างก็ไม่ทำให้ฉันเลิกรักเทออยู่ดี

07 gennaio

เคยมั้ย

เคยมั้ย....ที่บางครั้งน้อยใจในโชคชะตา ที่เล่นสับสน มัวเล่นตลกอยู่กับชีวิตเราอยู่บ่อยครั้ง

   เคยมั้ย....ที่น้อยใจกับพรหมลิขิต โลกนี้มันช่างไม่ยุติธรรมกับเราเอาเสียเลย

   เคยมั้ย...ที่บางวันตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์ หงุดหงิดอาจเนื่องด้วย อารมณ์ที่ตกค้างมาจากเมื่อวาน

   คิดว่าหลายต่อหลายคนคงจะเคยมีอารมณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเองอาจจะหลายครั้งหลายครา หรือมีบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง...พอเป็นกระสัย

  หยุดคิดมาก... พอแล้วกับความคิดที่จะนำพาความเศร้า ความน้อยเนิ้อต่ำใจ ให้เกิดขึ้นกับเรา ลองกลับด้านความคิดดูสิ เรื่องที่ไม่อยากให้เกิดเหล่านั้น มันจะสร้างความอดทนให้เกิดขึ้นกับเรา มันจะทำให้เราแกร่งขึ้นอีกหลายเท่า แค่มันมาเป็นบททดสอบ ความแกร่ง ถ้าเราผ่านมันมาได้ ลองคิดดูว่า...คงจะมีอะไรดีดี เกิดขึ้นกับเรามากอีกโข (จริงมั้ย...??)

   หยุดการกระทำของความคิดน้อยเนื้อต่ำใจ คิดโทษในโชคชะตา หรือพรหมลิขิตของตัวเอง  แล้วหันมาเติมกำลังใจให้กับตัวเองจะดีกว่า วันดีดี มันจะเกิดได้ง่าย ๆ เรื่องของเรื่องมันอยู่ก็ที่ใจและความคิดของเราเองนั่นแหละ...