numfon's profile°•. numfon konmaimeehua...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 24

    โรคคิดถึง

    โรคคิดถึง ...

    โรคนี้จะเกิดกับคนที่อ่อนแอทางจิตใจขั้นรุนแรง

    อาการเบื้องต้นของโรคนี้เริ่มจากเชื้อพาหะจะเข้ามาใกล้
    สร้างความสนิทสนมกันตามประสาคนรู้จัก

    แต่จะส่งผลถึงคลื่นไฟฟ้าในสมอง
    ซึ่งจะแปรเปลี่ยนคลื่นความถี่จากความรู้สึกธรรมดาฉันท์เพื่อน พี่ น้อง
    ให้เป็นตามที่ใจตนเองต้องการ

    ต่อจากนั้น เมื่อเชื้อโรคได้เข้าสู่ร่างกายแล้ว
    จะกระจายตัวอย่างรวดเร็วด้วยระยะเวลาอันสั้น

    ซึ่งจะแปรตามความสัมพันธ์ที่มีมากหรือน้อยระหว่างผู้รับเชื้อกับผู้แพร่เชื้อ
    ยิ่งมีมาก เชื้อก็จะยิ่งแพร่กระจายได้ไกล

    โดยที่สภาพอากาศมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ด้วย

    ฤดูฝน มีคนโทรมาห่วงว่ากลัวจะเป็นหวัด : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 30%
    ฤดูหนาว มีคนสัมผัสมือแก้หนาว : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 70%
    ฤดูร้อน มีคนชวนไปเที่ยวทะเล : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 25%

    อาการของโรคนี้ โดยมากแล้วจะเริ่มจากการคิดเข้าข้างตัวเอง
    จากนั้นก็จะเริ่มมีอาการอ่อนแอทางจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ

    จะส่งผลกระทบต่อไปถึงชีวิตประจำวัน เช่น ตื่นสายเพราะมัวคุย

    ทางองค์การอนามัยโลก
    จัดให้เป็นโรคที่อันตรายอีกโรคหนึ่ง

    เพราะได้มีผลกระทบต่อทั้งตัวผู้ติดเชื้อเอง
    ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ผลการวิจัยของสถาบันการแพทย์ชั้นนำ
    ได้ข้อสรุปตรงกันว่า โรคแพ้ความใกล้ชิดนั้น

    อาการจะรุนแรงมากหรือน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับตัวผู้รับเชื้อเอง
    หากเกิดอาการอ่อนแอทางจิตใจยิ่งมีมากเท่าไหร่

    อาการของโรคนี้ก็จะน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

    ผลกระทบจากโรคนี้คือ
    เมื่อเชื้อโรคได้แพร่เข้าสู่หัวใจโดยทางเส้นเลือดนั้น
    จะทำให้เกิดอาการท้อแท้ หมดหวัง สิ้นหวัง โทษตัวเอง น้อยใจชีวิต

    ปัจจุบันนี้ ทางการแพทย์ยังไม่สามารถที่จะหาวัคซีนป้องกันได้
    เพราะเนื่องจากเชื้อนี้เป็นไวรัส ไม่สามารถฆ่าให้ตายได้

    ทำให้โรคนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะเป็นๆ หายๆ
    ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นอีกเมื่อไหร่ และจะหายเมื่อไหร่

    ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ารุนแรงมากน้อยเพียงใด
    แพทย์หลายท่านระบุว่า " เวลา"
    จะเป็นยารักษาโรคนี้ได้ดีที่สุด

    December 12

    ความรักของหนุ่มมอเตอร์ไซร์

    ในคืนวันหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่ง กำลังนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซด์
    ที่แล่นไปด้วยความเร็วสูง
    โดยที่ฝ่ายชายเป็นผู้ขับขี่และฝ่ายหญิงเป็นผู้นั่งท้าย
    ทั้งคู่ต่างรักซึ่งกันและกันมาก ญ: ชะลอรถได้มั้ย ฉันกลัว
    ช: ไม่เอาอ่ะ กำลังสนุกเลย ลดความเร็วทำไม ???
    ญ: ได้โปรดเถอะ ฉันกลัว
    ช: งั้น บอกรักผมก่อน
    ญ ได้ "ฉันรักคุณค่ะ " พูดแล้วน่ะ ลดความเร็วได้ยัง??
    ช อืมม....... กอดผมแน่นๆ ซักครั้งสิ
    ญ ได้ ( ฝ่ายหญิงโอบกอดจากด้านหลังอย่างแน่น )
    ญ กอดแล้วน๊ะ ลดความเร็วได้ยัง
    ช อืมม งั้นคุณช่วยผมถอดหมวกกันน๊อกให้ผมที และคุณก้อใส
    มันเอาไว้น๊ะ ที่ผมไม่อยากใส่เพราะผมขับไม่ถนัดน่ะจ่ะ
    ญ ( ฝ่าย ญ ถอดหมวกให้ฝ่ายชายและสวมใส )

    รุ่งขึ้น มีข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ว่า

    มีมอเตอร์ไซด์คว่ำหน้าตึกแห่งหนึ่ง
    เพราะเบรกแตก ทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน และรอดชีวิตหนึ่งคน
    ฝ่ายชายนั้นรู้อยู่ตลอดว่าเบรกรถของตนเองนั้นเสียในขณะที่ขับขี่กันอยู่
    แต่ไม่ได้บอกกับฝ่ายหญิง ในขณะนั้น เพราะว่าเขารู้ดีว่า
    คนรักของตัวเองจะต้องตกใจอย่างมากทีไม่สามารถหยุดรถได้ ดังนั้น
    ฝ่ายชายจึงได้ขอให้ฝ่าย ญ บอกรัก และ กอด
    (เป็นครั้งสุดท้ายโดยที่ฝ่าย ญ ไม่รู้ตัว )

    และให้หมวกกับฝ่าย ญ และตายแทน................

    4 ข้อทายนิสัย (ลองดูว่าตรง อ่ะป่าว)

    1. สัตว์ชนิดใดต่อไปนี้ที่คุณเกลียดมากที่สุด

    1. แมงมุม 2. แมลงสาบ 3. ตุ๊กแก 4. ตะขาบ

    2. ขณะที่คุณกำลังเดินอยู่บนสะพานลอยเพื่อที่จะข้ามถนนไปห้างสรรพสินค้า คุณเจอขอทานบริเวณบันไดทางลง และคุณให้เงินแก่ขอทาน(ใจบุญมากๆ ) คุณคิดว่าขอทานคนนั้นมีลักษณะอย่างไร

    1. ตาบอด 2. พิการ 3. คนแก่ 4. เด็ก

    3. คุณนัดกะเพื่อนๆ ไปเที่ยวทะเล และแวะกินอาหารทะเลด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย ทุกคนทานอาหารเหมือนๆ กัน เมื่อไปถึงที่พัก ปรากฎว่า คุณเกิดท้องเสีย แต่เพื่อนๆ ไม่เป็นอะไรเลย (กระเพาะหนามากๆ) คุณคิดว่าอาหารทะเลชนิดใดเป็นสาเหตุให้คุณท้องเสีย

    1. กุ้ง 2. หอย 3. ปู 4. ปลา 5. ปลาหมึก

    4. ในวันหยุด คุณเดินทางโดยเครื่องบินไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณอยากไปพักผ่อน ขณะนี้คุณนั่งเครื่องมาได้ครึ่งทางแล้ว คุณคิดว่าด้านล่างของเครื่องบินเป็นอะไร

    1. อาคารบ้านเรือน 2. ทะเล 3. ป่าไม้ 4. ทุ่งหญ้า

    เฉลยจ้า ... มาดูกันสิว่าตรงใจคุณแค่ไหน

    1. สัตว์ที่คุณเกลียด สื่อถึง นิสัยบางอย่างที่เมื่อคุณพบในตัวคนรักหรือคนที่คุณกำลังให้ความสนใจ คุณจะเลิกคบและเลิกให้ความสนใจคนๆ นั้นทันที 1. แมงมุม สื่อถึง ความลึกลับน่ากลัว 2. แมงสาบ สื่อถึง ความไม่แน่นอน ลังเลใจ ไม่มีความเป็นผู้นำ 3. ตุ๊กแก สื่อถึง ความเจ้าเล่ห์ไม่จริงใจ 4. ตะขาบ สื่อถึง ความสนิทสนมเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง

    2. ลักษณะของขอทาน สื่อถึง บุคคลที่มีความสำคัญหรือจำเป็นต่อชีวิตของคุณ ซึ่งจะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปในทางที่ดี แต่คุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนๆ นั้น 1. คนตาบอด สื่อถึง คนรัก หรือเพื่อน 2. คนพิการ สื่อถึง ญาติพี่น้อง 3. คนแก่ สื่อถึง พ่อแม่ 4. เด็ก สื่อถึง ตัวของคุณเอง

    3. อาหารทะเลที่ทำให้คุณท้องเสีย สื่อถึง ข้อบกพร่องของคุณที่ควรระมัดระวังเพราะอาจทำให้เพื่อนๆ รู้สึกไม่ดีกับคุณ 1. กุ้ง สื่อถึง ความไม่มั่นใจในตัวเอง ลังเลตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได ้ต้องขอคำปรึกษาจากคนอื่นอยู่ตลอดเวลา 2. หอย สื่อถึง ความขี้เกรงใจ จนบางครั้งมากเกินไป 3. ปู สื่อถึง ความเป็นคนไม่แน่นแน เจ้าอารมณ์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย 4. ปลา สื่อถึง ความเป็นคนไม่รู้จักพอเอาแต่ใจตัวเองต้องการความสมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลาทำใ ห้บางครั้งคุณอาจแสดงกิริยาเกินหน้าเกินตาเพื่อนๆ 5. ปลาหมึก สื่อถึง การเอาเรื่องส่วนตัวของเพื่อนๆมาพูดในที่สาธารณะ

    4. สิ่งที่คุณเห็นอยู่ด้านล่าง สื่อถึง ปัญหาในชีวิตที่คุณอยากจะหนีไปให้พ้น 1. อาคารบ้านเรือน สื่อถึง ปัญหาที่เกิดจากที่ทำงาน การเรียนหรือความ สัมพันธ์ของคุณกับ เพื่อนร่วมงาน 2. ทะเล สื่อถึง ปัญหาเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นจากตัวคุณเอง 3. ป่าไม้ สื่อถึง ปัญหาภายในครอบครัว หรือเรื่องราวความรักของคุณ 4. ทุ่งหญ้า สื่อถึงปัญหาที่เกิดจากเพื่อนหรือความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบข้าง

    October 28

    กำลังใจคนอกหัก

    ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักน่ะ ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก ... แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก
    ถ้าวันนี้คนสองคน ต่างหมดรักกันไป คงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจคุณนั่นเอง ที่ทำให้คุณปล่อยวางลงไม่ได้

    ธรรมชาติของรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟูจนลืมนึกถึงความจริงที่ว่า
    มีวันที่รักมา ก็อาจมีวันที่รักไปได้ ความรักเป็นสิ่งสวยงาม หลายคนจึงอดหลงใหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้ในยามที่มันอยู่
    เรามักหลอกตัวเองว่า เพราะเรารักเขามาก เขาคงเห็นความดีความตั้งใจของเรา และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย

    และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา ความฟูของหัวใจ มักทำให้เราก้าวล่วงไปถึงการรู้สึกยึดมั่น
    ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา เป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ นานเท่าที่เราปรารถนา

    ความรู้สึกอันนี้แหละ คือจุดเริ่มของความเจ็บปวดทั้งมวล เพราะมันฝืนกฎธรรมชาติ ไม่ได้บอกว่า ... รักต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป
    เพียงแต่ถ้าเขาจะอยู่ เขาจะไป จะรักคุณมากขึ้น คงเดิม หรือหดน้อยถอยลง ก็จะเป็นเพราะคนสองคน ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว หรือเขาฝ่ายเดียว ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก ... แต่ในความซับซ้อนนั้น มันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องอะไรสารพัดสารพัน ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในกฎเดียวกัน มันจะ เกิดขึ้น ... ตั้งอยู่ ... แปรสภาพ แล้วก็จบลง รักที่สมหวังอยู่กันจนแก่เฒ่า ก็หนีไม่พ้นกฎข้อนี้
    เพราะวันหนึ่ง ไม่เราก็เขาก็ต้องตายจากกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ... วันนี้เขาอยู่หรือจากไป สำคัญที่ว่า ... ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน
    ขอให้มีความทรงจำที่ดี ... ก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อย เราก็ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้
    ถึงวันนี้จะยังร้องไห้ ก็คงไม่กระไร เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้ มีวันที่เลวร้าย มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า
    สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป ทุกข์ก็เป็นเฉกเช่นกัน ร้องไห้แล้วก็อย่าร้องเปล่า ๆ
    มองให้เข้าใจสัจธรรมของชีวิตไปด้วย ได้แต่อวยพรให้คุณเข้าใจชีวิตมากขึ้น เติบโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น แต่อย่าแข็งกร้าว ขอให้อ่อนโยนแต่เข้มแข็ง
    และขอให้วันใหม่ในชีวิตมาถึงในอรุณรุ่งของวันพรุ่งนี้ วันที่เราจะไม่ต้องร้องไห้อีกต่อไป ...

    October 22

    10 ปีที่ผ่านไป ไม่มีค่าเท่ากับ 1 วันที่เหลืออยู่

    ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคนบางคน
    โดยเฉพาะคนที่มีเวลาดีๆ ที่ใช้กับคนรัก
    ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงแหน
    ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูแลให้ดี

    หลายคนจึงไม่อาจตัดใจจากวันเก่าๆ ได้เสียที
    เพราะว่ามีความสุขกับการได้คิดถึงอะไรดีๆที่ผ่านไป
    โดยลืมนึกไปว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วจะไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้อีก
    หากจะต้องตัดใจลืมหรือเดินจากอดีตมาก็ไม่ได้อีก
    เพราะเหตุผลที่ว่าเสียดายเวลาที่คบกันมา

    บางคนคบกันมานานจนแทบจำไม่ได้ว่า
    เคยยิ้มให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่เพราะหลังๆ มาก็อยู่แต่กับความทุกข์
    จนนึกภาพความสุขไม่ออก
    แต่ที่ไม่กล้าเลิกเพราะยังคิดถึงวันเก่าๆ
    แค่เสียดายเวลาที่คบกันมาเนิ่นนาน
    โดยไม่คิดเลยว่า ทุกๆวันของวันนี้ พรุ่งนี้และวันต่อๆไป
    ก็จะกลายเป็นเพียงวันเก่าๆ ที่น่าเสียดาย
    และเวลาที่น่าเสียดายก็จะเพิ่มขึ้นๆ

    จริงๆ แล้ว วันคืนในอดีต
    ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับเราเลย
    นอกจากมีไว้ให้ นึ ก ถึ ง
    อาจจะทำให้เรายิ้มได้บ้าง แต่ทำให้เราคาดหวังไม่ได้
    เราจะไปหวังว่าวันหนึ่ง วันเหล่านั้นจะกลับมา
    หรือจะไปเฝ้าฝันว่าความสุขเหล่านั้นยังคงเป็นปัจจุบัน
    หรือหลอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม
    จะยังไงก็แล้วแต่คือการหลอกตัวเองทั้งนั้น
    ยอมรับเถอะว่าทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว และจบไปแล้ว
    ความทรงจำเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น

    เวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะ 1 ปี 5 ปี หรือกี่สิบปี
    ก้อไม่ได้มีความหมายมากไปกว่า..
    หนึ่งวันข้างหน้าที่เราจะต้องมีชีวิตใหม่
    ที่เราจะต้องเริ่มต้นใหม่เมื่อคนเราต้องอยู่กับปัจจุบัน
    เพื่อที่จะสร้างอนาคตให้ตัวเองได้อยู่ในอนาคตที่ดี

    เวลา 10 ปี กับวันคืนที่เคยหวานชื่น
    ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า 1 วันแห่งการเริ่มต้น
    1 วันแห่งการแปรเปลี่ยนชีวิตของเราทั้งชีวิตใ ห้ ดี ก ว่ า ที่ เ ป็ น

    หากจะเสียดายเวลาน่ะ ไม่ต้องเสียดายเวลาที่คบกันมาหรอก
    ให้เสียดายเวลาในวันข้างหน้า
    ที่จะอดทนคบไปทั้งที่ไม่มีอะไรแล้วจะดีกว่า
    แล้วยังจะมาเสียดายอดีต..

    *นึกดูดีๆ ว่าเสียดายอนาคต ดีกว่าไหม***

    October 15

    คนที่ใช่มากกว่า

    เรามีเรื่องของคู่รัก 2 คู่มาเล่าให้ฟัง
    ทั้ง 2 คู่ต่างก็เป็นคู่รักที่รักกันมาก

    ดูแลเอาใจใส่ และเข้าอกเข้าใจกันมานาน 7- 8 ปี
    เป็นคู่รักที่คนรู้จักต่างก็แน่ใจว่า
    อีกไม่นานก็คงได้ยินข่าวดี จากคู่รัก 2 คู่นี้แน่ๆ

     

    แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันขึ้นกับคู่รักทั้ง 2 คู่
    เมื่อฝ่ายชายก็ได้พบใครใหม่ ที่คิดว่า "ใช่" มากกว่า
    ผู้หญิงคนใหม่ ที่สวยกว่าและมีเสน่ห์มากกว่า
    ฝ่ายชายตัดสินใจคบดูใจด้วย โดยที่ยังไม่เลิกกับคู่รักเดิม

     

    ยิ่งคบเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่
    ผู้หญิงคนใหม่ที่คบกันมา 2 - 3 เดือน
    กับคนรักคนเดิมใน 7- 8 ปีที่ผ่านมา
    เริ่มถ่วงดุลน้ำหนักที่เท่ากัน บนตาชั่งการตัดสินใจของเขา
    ทายสิว่า ชายหนุ่มทั้งคู่เลือกใคร
    เขาทั้งคู่เลือกผู้หญิงคนใหม่

     

    สิ่งที่ผู้ชายทั้งคู่ต่างหยิบยกมากล่าวถึงก็คือ
    คนรักคนเดิมที่เคยคบด้วย
    มีอะไรบางอย่างที่เขาไม่ค่อยชอบใจ
    อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวบางประการ
    แต่ในขณะที่คบกันมานั้น
    สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาพอรับได้
    เมื่อเทียบกับความดีอื่นๆ ที่เธอทำให้เขา

     

    October 14

    ข้อดีของผ้าขี้ริ้ว (ทุกๆอย่างล้วนมีคุณค่าในตัว)

    1. ยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด
    เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข
    เช่น พ่อแม่ยอมเหนื่อยลูกหลานสุขสบาย


    2. ดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดคราบสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา
    เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว
    มิใช่อมความสกปรกไว้ แล้วแกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

    3. เป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด
    เหมือนคนที่หมั่นฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน
    ไม่โอหังอวดดีให้คนรังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น เขาก็จะเป็นคนมีคุณค่า
    ไม่ว่ามาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม
    ทำตัวให้เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดรู้ เป็นเหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทองให้ได้


    4. แม้นว่าเป็นผ้าที่ไม่มีราคา แต่ก็มีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ได้
    เหมือนคนที่พยายามทำตนเองให้มีคุณค่าด้วยการทำงานทำตน เป็นประโยชน์ให้มีค่า
    ไม่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนา ชะตาชีวิต

    5. ไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร
    เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย
    โดยไม่ปริปากบ่น รู้จักอาสาคน อาสางาน
    ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม ตั้งใจทำโดยไม่เกี่ยงงาน
    รู้จักเสนอตัวทำงาน มิใช่รอคอยแต่ คำร้องขอ

    6. ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด
    เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ
    ที่เขาเห็นว่าไร้ค่า เป็นงานชั้นต่ำ
    แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้
    หรือยินดีในการบริการเหมือนคนที่เอิบอิ่มเมื่อชีวิตบริการรับใช้ผู้อื่นรับใช้สังคม
    ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ความสามารถของตน
    และยินดีที่จะเสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าที่จะคิดเข้าไปบริหาร
    แปลว่า ทำตัวให้เหมือนผ้าขี้ริ้วนั่นเอง


    7. พอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด
    เหมือนคนต้องพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่น
    ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ
    มีความสุขและภูมิใจที่มอบความสำเร็จให้แก่คนอื่น
    มีมากที่ผู้น้อยบางคนทำงานแล้ว
    ทำให้ผู้ใหญ่เล็กลงในขณะที่ตนเองโตขึ้น

    8. ทนทานต่อการขัดถูและซักล้าง ไม่เปราะบาง
    เหมือนคนที่มีความอดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา
    แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้เพื่อให้สำเร็จประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น
    มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบาง

    9.แม้นจะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ก็ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่
    เหมือนคนที่รู้ตนเองว่า มีคนกำลังปรามาสสบประมาท
    จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรคตรงนั้นให้ได้
    ไม่พ่ายแพ้ตามคำปรามาสของคนอื่น
    รู้ตัวตลอดว่ากำลังทำอะไรและให้มีกำลังใจในสิ่งนั้น
    ที่สำคัญคือมองหาความสำคัญจากสิ่งที่คนมองไม่เห็นว่าสำคัญอย่างไรให้ได้
    คือสามารถมองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า.......


    **** ลองสำรวจคุณค่าในตัวคุณ ๆ แล้วรึยัง ****

     

    ถ้าคนรักจากไป คุณจะอยู่เพื่อรักใคร

    ที่ผ่านมา...แม้เรามีเขาก็จริง
    แต่...เราอยู่เพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อเขา

    คนที่เคยมีใครคนหนึ่ง...ให้รัก
    หรืออยู่ใกล้กันมานาน...
    ความแข็งแรงของหัวใจ ก็จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
    คล้ายกับคนข้างๆ เรา ...
    ที่คอยช่วยส่งแรงใจให้เรา มีพลังทำอะไรหลายๆ อย่าง

    แต่เมื่อวันหนึ่ง...คนที่เคยอยู่ให้เรารัก
    เขาได้จากเราไป ...
    ความอ่อนแอที่เราไม่คุ้นเคย
    ก็จะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทันที...
    ที่เราบอกตัวเองด้วยประโยค 3 ประโยค

    "เขาไปแล้ว..."
    "ไม่มีใครให้เรารักอีกแล้ว..."
    และ "ชีวิตเรามันเปลี่ยนไปแล้ว..."

    แต่คุณรู้ไหมว่า ... สิ่งเดียวที่ทำให้เรารู้สึก
    เหมือนขาดคนๆ นั้น แล้วเราจะอยู่ไม่ได้
    นั่นคือ...เราคิดว่า เราอยู่เพื่อเขามาตลอด
    ถ้าเขาจากไป...เราก็ไม่รู้จะรักใคร

    เพราะฉะนั้น แค่เราบอกกับตัวเองว่า...
    แต่เราอยู่เพื่อตัวเอง... ไม่ใช่เพื่อเขา
    เราก็จะสามารถอยู่กับตัวเองต่อไป
    โดยที่เขาไม่จำเป็น ต้องอยู่กับเราด้วย
    และเราก็สามารถทำเพื่อตัวเองต่อไป
    แค่ไม่ต้องคอยแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้ใคร
    เหมือนที่เคยทำอีก ...

    ทุกคนที่อยู่กับความรัก ...มาเป็นเวลายาวนาน
    มักจะรู้สึกคิดและผูกพันกับอะไรๆ
    ที่เรียกว่า "รัก" ...
    แววตาอบอุ่น คำพูดหวานๆ เสียงหัวเราะ
    สดใสของการหยอกล้อแกล้งกัน
    รวมถึง ...การช่วยเหลือ ดูแล ปลอบใจกันและกัน
    และนั่นคือสิ่งที่สำคัญ ที่ทำให้ความผูกพันมันเกิดมากขึ้น
    จนกระทั่งเราอาจเริ่มรู้สึกว่า...เราขาดใครอีกคนไปไม่ได้

    แต่หากว่า...วันนี้เป็นวันที่คุณกำลังเศร้า
    เพราะเวลาของการจากลานั้น(ต้อง)มาถึง
    ทำอย่างไร...คุณถึงจะอยู่ได้ ?
    ทำอย่างไร...คุณถึงจะเข้าใจการจากลานั้นได้ดี
    จนไม่รู้สึกเสียใจอะไรเลย...

    ทุกอย่าง...มันก็ขึ้นอยู่ที่คุณคิด
    ถ้าคุณอยากคิดว่าเขายังอยู่ ...
    ให้คิดว่า...เขายังวนเวียนอยู่ในโลกนี้
    ไม่ได้ไปไหน ไม่ต้องเสียใจให้กับการจากไปของเขาขนาดนั้น

    แต่ถ้าคุณอยากจะคิดว่า...เขาไปแล้ว
    ให้คิดว่า...เขาไปจากโลกนี้แล้ว
    ไม่มีคนชื่อนี้อีกต่อไป...
    และไม่ต้องเสียใจ ... ให้กับเขาอีกเช่นกัน

    ไม่ต้องเสียใจ...
    อาจจะดีก็ได้ที่ไม่มีใคร ให้รักสักช่วงเวลาหนึ่ง
    เพราะมันอาจทำให้คุณ...เริ่มกลับมาอยู่เพื่อตัวเองอีกครั้ง...

    October 08

    ความรัก ความห่วงใย จากคนไกล...ที่คิดถึง

    เหตุเกิดจากความเหงา   ที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
             ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
             ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ
             เหตุเกิดจากความเหงา    ที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
             ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
             ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ ว่าเป็นเธอที่ ฉันรักหมดหัวใจ” 

            บางคนบอกว่า รักแท้แพ้ใกล้ชิด ระยะทางเป็นอุปสรรคของความรัก แต่ก็คงมีอีกหลายคนที่ รู้ว่า ถ้าเราไม่อยู่ห่างไกลกัน เราจะรู้จักความคิดถึงได้อย่างไร ความห่วงใยเวลาที่ไม่อยู่ด้วยกัน มันมีค่าขนาดไหน เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่ จะได้เจอหน้า แม้เสี้ยวเวลาก็ยังดี

     วันที่เธอ ท้อแท้ สิ้นหวัง อยากให้รู้ว่ายังมีคนอีกคนที่จะคอยเคียงข้าง อยู่เสมอ ไม่ว่าปัญหาที่เธอต้องเผชิญ จะหนักหนาสักเพียงใดก็ตาม คนรัก จะคอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ แม้วันนั้นจะเป็นวันที่เขาอ่อนแอที่สุด แต่วันนั้นจะเป็นวันที่เขาเข้มแข็งที่สุดได้ ถ้าคุณมีปัญหา ต้องการเขาอยู่เคียงข้าง 

            สำหรับคนที่ยังไม่มีคู่ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ ไม่ช้านานคงพานพบ ยังไงถ้าเป็นเนื้อคู่กันแล้วคงไม่แคล้วกัน แต่ถ้าไม่ใช่ยิ่งวิ่งไล่ยิ่งห่างไกลไปทุกที สำหรับคนที่มีคนรักอยู่ขอให้ดูแล ใส่ใจกันให้มาก ๆ เชื่อว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ความรู้สึกรัก เป็นความรู้สึกที่ต้องออกมาจากใจ ใช่จากปาก การกระทำจะเป็นตัวบ่งชี้  

            หวังว่าคนรักกันจะไม่ทำร้ายกัน หลอกลวงกัน เพราะมันจะเป็นการทำร้ายคนที่คุณรักอย่างแสนสาหัส และความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกัน ถ้ามันได้หายไปแล้ว มันจะไม่มีทางกลับมาหาคุณอีก และไม่ขอแนะนำให้คุณพิสูจน์ 

    ขอบคุณ ระยะทาง ที่ทำให้เราต้องห่างไกล

             อยากขอบใจ เธอที่ทำให้ ฉันคิดถึง

             ขอบคุณ ช่วงเวลาที่ เคยหวานซึ้ง

             และขอบคุณ ทุกห้วงคำนึง ที่ทำให้ฉันได้รู้ว่า

             หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหวจริง จริง” 

     

    เป็นกำลังใจ ให้ทุกคน สมหวังในรัก ขอย้ำว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม แต่คนที่ มีความรักจะทุกข์หรือจะสุข เชื่อว่าคุณเลือกได้

      

    เมื่อความรัก หมายถึง ความห่วงใย

    เคยมีใครถามคุณไหมว่า ความรักคืออะไร?” เราคิดว่าวันนี้เรามีคำตอบให้คุณแล้วล่ะ คำที่ใช้แทนคำว่า ความรักได้ดีที่สุด น่าจะเป็นคำว่า ใส่ใจ

    หากคุณคิดที่จะบอกรัก หรือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน ลองถามตัวเองดูว่า คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน
    ?

    ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความเอาใจ


    หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้ ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อซื้อซื้อของเยอะแยะมากมาย เพื่อเอาใจ...


    นั่นแหละถึงเรียกว่า ความใส่ใจ ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความหึงหวง หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน ถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น... นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ


    ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณซักอย่างด้วยความตั้งใจ แต่คุณกลับไม่ชอบมัน คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป ใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย


    หากคุณทะเลาะกับคนรัก แต่แล้ววันรุ่งขึ้น คนรักของคุณยังโทรมา แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ เหมือนทุกๆวัน ทั้งๆที่ยังไม่หายโกรธ... นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ


    หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง เอาไว้ทีหลัง เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ...นั่นแหละเรียกว่า ความใส่ใจ คนเราบางครั้งก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง


    หากคุณต้องเดินทางไกล มันจะรู้สึกดีเอามากๆถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่าถึงหรือยัง” “ปลอดภัยดีไหม” “เหนื่อยไหม


    หากคุณต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องเรียน มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้ และโทรมาบอกว่า โชคดีนะ” “ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้


    หากคุณต้องขับรถคนเดียว มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า ขับรถดีๆนะหากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา และพักผ่อนมากๆ


    ความใส่ใจ กับ ความเกรงใจ คล้ายกันในหลายๆด้าน คุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่


    ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน


    แต่เรากลับไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่ ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน


    ความเกรงใจเป็นสิ่งดี และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน คุณเห็นไหมล่ะว่า ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน

    October 01

    “ ค ว า ม รั ก” ข อ ง คุ ณ คื อ อ ะ ไ ร ?

    ความรักคือ โชคอย่างหนึ่งเพราะใช่ว่าทุกคนจะมีได้
    ความรักเป็นได้ทั้งมือ เเละ ผ้าพันเเผลเวลาเสียใจ
    ความรักคือ สิ่งเติมเต็มให้ชิวิตไม่รู้สึกขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง
    ความรักคือ ความหวัง กำลังใจ เเละศรัทธาในกันเเละกัน
    ความรักมีความลับอยู่อย่างหนึ่งว่า . .
    ไม่ได้รักในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข
    เเต่เรากลับมีความสุขในสิ่งที่เรารักต่างหาก
    ความรักคือ ศิลปะ ที่คนมีรักเท่านั้นที่จะเข้าใจเเละเห็นคุณค่า
    ความรักคือ โอกาส ที่เราจะได้พิสูจน์จิตวิญญาณของตัวเอง
    ความรักคือ สิ่งที่ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่ ทำให้คนโง่กลาย เป็นคนฉลาด
    ความรักเมื่อสูญเสียไปเเล้วก็ยังดีกว่าไม่เคยรัก
    ความรักมิได้เป็นการก้าวนำ หรือก้าวตามเเต่เป็นการก้าวไปพร้อมๆ กัน
    ความรักทำให้คนเราเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์เดิมๆ ของชีวิต
    ความรักทำให้จดจำคืนพิเศษคืนเดียวไปตลอดชีวิต . .
    เพราะทุกคืนที่ ไร้ความรักก็มิอาจเทียบเท่าได้กับคืนนี้เพียงคืนเดียว
    ความรักคือการยอมเป็นน้ำเย็นในขณะที่อีกฝ่ายร้อนเป็นไฟ
    ความรักที่มีมาเป็นปีๆ ก็สามารถพังทลายลงได้เพียงเสี้ยววินาที
    ความรักจะยาวนาน หรือจะเเสนสั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนสองคนที่รักกัน
    ความรักกว่าจะพบเจอได้นั้นเเสนยาก แต่กลับเลิกรักได้อย่างง่ายดาย
    ความรักสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลาเหมือนถ่านไฟเก่าที่กำลังคุโชน
    ความรักต่อให้บอกกันทุกวันว่าก็ไม่มีวันเบื่อ . .
    เเต่ความเกลียดสิบอกกันครั้งเดียวก็คงไม่อยากได้ยินอีกต่อไป
    ความรักถ้าไม่รักเเล้วต่อให้พูดมากเท่าใดก็ไม่สามารถรักกันได้
    ความรักสามารถให้อภัยกันได้เสมอ โดยไม่มีเงื่อนไขว่ากี่ครั้ง
    ความรักรักได้เเต่อย่าหลง เพราะถ้าหลงเวลาเลิกเเล้วจะเจ็บปวด
    ความรักอยู่เหนือคำทำนาย เเละจะไม่มีวันเป็นไปตามคำพยากรณ์ ได้
    ความรักคือสิ่งแปลกใหม่ที่จะทำให้มุมมองของคุณเปลี่ยนไปจาก เดิม
    ความรักทำให้คุณอยู่นิ่งๆ เงียบๆ ได้นานกว่าเดิม
    ความรักคือสิ่งที่ทำให้เกิดประกายไฟในหัวใจ
    ความรักคือการเริ่มคิดเป้าหมายเเห่งชีวิต
    ความรักคือการร่วมฝัน ร่วมปันใจเเละก้าวไปในชีวิต
    ความรักคือการอยู่เคียงข้างกันเสมอ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตกต่ำเพียงใด
    ความรักไม่ว่าจะเป็นเเบบไหนยังไง มันก็ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
    ความรักเป็นนามธรรมที่มองไม่เห็น เเต่สัมผัสไได้ด้วยหัวใจ
    ความรักทำให้วันเลวร้ายไม่เป็นวันเลวร้ายที่สุด
    ความรักทำให้วันที่เเสนเศร้า กลายเป็นวันที่สุขที่สุดได้
    ความรักเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่สามารถจะหาได้ง่ายตามท้องถนน
    ความรักที่รีบร้อน มักจะพบกับจุดสิ้นสุดได้รวดเร็วเสมอ
    ความรักคือสิ่งที่เเม้จะทำความเจ็บปวดให้ เเต่ก็ไม่มีใครที่กลัวหรือ เกลียดชัง
    ความรักไม่ได้จบลงเเค่การเเต่งงาน หรือมี SEX เท่านั้น
    ความรักคือสิ่งที่คุณจะพบได้เองโดยมิต้องเเสวงหา
    ความรักคือสิ่งที่ยืนยาวกว่าชีวิตคนคนหนึ่ง
    ความรักในยามเเรกรักคือช่วงเวลาของรักที่หวานหอมมากที่สุด
    ความรักครั้งเเรกเเละครั้งสุดท้ายมักจะเป็นรักในตนเอง
    ความรักทำให้คนกลายเป็นกวี
    ความรักไม่ใช่การมองตากัน เเต่เป็นการมองไปในทิศทางเดียวกัน
    ความรักไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไม่มีคำว่าสายไป
    ความรักคือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ
    ความรักทำให้ทุกอย่างสว่าง เเละสดใส
    ความรักคือการพึงพอใจในสิ่งที่รัก
    ความรักจะมีคุณค่าได้ต่อเมื่อคนที่รักต้องให้เกียรติซึ่งกันเเละกัน
    ความรักบางทีก็เป็นสะพานทอดไปสู่การเเต่งงานสำหรับหลายๆ คู่

     (คุณว่าจริงไหม?)

     

     

     

    เลือกร้องไห้ตลอดชีวิต หรือ ร้องไห้แค่วันนี้

    ความรัก"ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่มนุษย์มีอยู่มากมายราวกับว่าจะไม่มีวันหมด แต่สิ่งที่มนุษย์มีอยู่จำกัดจนดูเหมือนคับแคบเห็นแก่ตัวก็คือ "ความอดทน" ยิ่งรักมากก็ยิ่งต้อง "อดทน" กับปัญหาต่างๆ รอบข้าง . . เพื่อรักษาความรักนั้นไว้ให้ยั่งยืน แต่ในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อใดที่สิ้นรัก เมื่อนั้น "ความอดทน" ก็หามีไม่ สิ่งใดที่เคยทนได้ ก็กลับแปรเปลี่ยนไป สิ่งใดที่เคยเห็นดี เห็นชอบ กลับกลายเป็นขวางหูขวางตา ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายหนึ่งกระทำต่อกันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ท้ายที่สุดอีกฝ่ายหนึ่งก็ทอดทิ้งปล่อยให้ความรักนั้นต้องจบลง บางครั้งความรักนั้นอาจจบลง ทั้งๆ ที่ความรู้สึกรักของเรายังมีอยู่เต็มหัวใจ เพียงแต่การถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า . . จนกระทั่ง "ความอดทน" บอกให้เราต้องไป...ไปทั้งที่ยัง "รัก" เพราะหากรักแล้วต้องเจ็บ ต้องช้ำ ทางเลือกที่ดีที่สุดก็น่าจะหมายถึง "การจากไปในวันนี้เพื่อที่จะเข้มแข็งและลุกขึ้นได้ใหม่ ในวันข้างหน้า" . . อย่างนั้นไม่ใช่หรือ . . หากรักแล้วต้องทนร้องไห้ไปตลอดชีวิต . . คุณก็จะเจ็บเพราะความรักไปตลอดชีวิต แต่หากคุณร้องไห้วันนี้ . . แม้จะเจ็บกว่า แต่ก็จะเป็นความรู้สึกก็จะเจ็บไม่นาน ไม่กี่วันคุณก็ลืมไปเอง . . สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวเองแล้ว ว่าจะร้องไห้ไปตลอดชีวิต หรือร้องไห้แค่วันนี้ แล้วยิ้มไปตลอดชีวิต . . .
    September 30

    ความรัก กับ ความจำเป็น

    รักกันไม่จำเป็นต้อง อดข้าว อดน้ำ

    เพื่อเก็บเงิน ไว้จ่ายค่าโทรศัพท์ ทั้งเดือน




    รักกันไม่จำเป็นต้องบอกเลิกนัดกับ "เพื่อน"

    แล้วไปเที่ยวกับ " แฟน"




    รักกันไม่จำเป็นต้องซื้อของแพงๆ ให้

    เงินไม่ได้เป็นหลักประกันว่ารักจริง




    รักกันไม่จำเป็นต้องดูหนังทุกเย็นวันศุกร์

    นั่งสบตาที่แมคโดนัลด์ทุกบ่ายวันเสาร์


    โทรบอกว่า "คิดถึง" ทุก 5 นาทีตลอดเช้าวันอาทิตย์




    รักกันไม่จำเป็นต้องพยายามลงทุนมากมาย

    แลกเทปกันฟัง ตั้งโปรแกรมดูหนังสักเดือนละเรื่องก็ได้


    พากันไปกินเพื่ออิ่ม ไม่ใช่กินเพื่อให้ดูรวย




    รักกันไม่จำเป็นต้องถวายให้ทั้งตัว

    อย่าไปกลัวว่าถ้าไม่ยอมเปลืองตัวแล้วความรักจะหมดไป


    เพราะถ้าเขารักจริง ก็ควรให้เกียรติ ไม่ใช่จ้องจะเอาเปรียบ




    รักกันไม่จำเป็นต้องเอาดวงชะตาไปให้หมอดูจ่ายเป็นร้อย

    เพียงแค่อยากรู้ว่าเป็นเนื้อคู่กันหรือเปล่า





    รักกันไม่จำเป็นต้องตามติดแจ ผูกขาเขาไว้กับขาเรา

    ผูกมือเขาไว้กับมือเรา


    ทำไมต้องทำเหมือนขาดเขาไปแล้วเราจะตาย


    จำไว้ว่าคนทุกคนมีหัวใจคนละดวง




    รักกันไม่จำเป็นต้อง เป็นเงาตลอดเวลา

    ไม่ต้องทุ่มเททำเพื่อ " ความฝัน" ของเขา


    จนชีวิตตัวเองว่างเปล่า หลงลืม"ความฝัน" ของตัวเอง




    รักกันไม่จำเป็นต้องมีเวลาเท่าไหร่ก็ให้ทั้งหมด

    จนไม่เหลือเวลาสำหรับทำ "สิ่งดีดี" ให้ครอบครัว


    ไม่เหลือเวลากลับบ้านเร็วๆ ให้แม่ชื่นใจ


    หลับตาลืมตาก็เห็นแต่หน้า " แฟน"

    ความรักไม่มีคำว่า ถูก หรือ ผิด

    เขาว่าเรื่อง "ความรัก" ไม่มีคำว่าถูกและผิด 
    คุณไม่ผิด ที่ไปรักเขาคนนั้น 
    และเขาเองก็คงไม่ผิด ที่ไม่ได้รักคุณ 
    ในทางตรงข้าม  …
    คุณไม่ผิดที่ไม่ได้รักเขาคนนั้น 
    และเขาก็ไม่ผิดที่มารักคุณเช่นกัน  

     การห้ามใจไม่ให้รักนั้น … ยากนัก 
    แต่คงเทียบไม่ได้ กับการห้ามใจให้ลืมรักเพราะย่อมยากกว่า 
    คุณอาจทำได้ เมื่อมีใครอีกคนก้าวเข้ามาในชีวิตคุณ 
    แต่มันคงไม่ง่าย …  
    ถ้าคุณต้องหักใจให้ลืม ในขณะที่คุณอยู่คนเดียว  

      เขาว่าการชนะใจตัวเองนั้น … อาจดีและมีค่าที่สุด 
    แต่ในเรื่องความรัก  …
    การชนะใจคนที่เรารักนั้น อาจย่อมมีค่ากว่า 
    แต่มันอาจมีค่ากว่านั้น  …
    ถ้าคุณสามารถชนะใจตัวเอง ที่จะปฏิเสธกับความรักที่ย้อนมาหา
    และมันอาจมีค่าที่สุด  …
    ถ้าคุณยอมที่จะ "แพ้" ใจตัวเอง เพื่อจะกลับไปหาความรักนั้น  

      ความรัก … เป็นเรื่องของคนสองคน 
    แต่อย่าลืมว่า บนโลกไม่ได้มีแค่เขาทั้งคู่ 
    อย่าโกรธเขา ที่ต้องปฏิเสธรักจากคุณ 
    ด้วยเหตุผลว่า เราเข้ากันไม่ได้ 
    ด้วยเหตุผลว่าสังคมเราต่างกัน 
    ด้วยเหตุผลว่า เขายังรักคุณอยู่ 
    ด้วยเหตุผลว่า เขารักคนอื่นที่มีค่าพอกับคุณ  

     
    วิทยาศาสตร์ อาจต้องการเหตุผล 
    แต่เรื่องความรัก ย่อมไม่ต้องการเหตุผลใดใด 
    คนดีอาจรักกับคนเลว 
    จงอย่าโทษเขาว่า เขารักคนผิด 
    จงอย่าโทษเขาว่า เขารักคนที่ไม่เอาไหน 
    และจงอย่าโทษตัวเองว่าเรารักคนที่ไม่ดี 
    เพราะสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้องแล้ว 
    จงเชื่อในสายตาของตัวเอง 
    จงเชื่อประตูหัวใจอันมีค่าที่เลือกจะเปิดรับเขาคนนั้น  

         
     แม้ใครจะพูดว่า … คู่ของเราเป็นคนไม่ดี 
    แต่ในแง่ของความรัก  …
    คุณทั้งสองเป็นคนดีของกันและกัน 
    อย่าโกรธเขา ที่บางครั้งเขายอมเป็นคนตาบอด 
    อย่าโกรธเขา ที่บางครั้งเขายอมเป็นคนหูหนวก 
    บางครั้งการไม่เห็นและไม่ได้ยิน 
    เพื่อรักษาและถนอมความรักเอาไว้ 
    ก็อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด  

              
    นิยามความรักแต่ละคน … ย่อมต่างกัน
     
    ไม่แปลก ที่บางคู่อาจทะเลาะกันทั้งวัน 
    ไม่แปลก ที่บางคู่อาจหวานให้แก่กันได้ทั้งวัน 
    และไม่แปลก ที่บางคู่ต่างเฉยชาต่อกัน 
    และก็คงไม่แปลกเลย ที่บางคู่อาจต่างกันราวฟ้ากับดิน  

    บางครั้ง … ความรักคือ การเติมเต็ม 
    แต่บางครั้งความรักอาจคือ การเสียสละและการแบ่งปัน 
    บางคน ความรักอาจเป็นการดูแลและปกป้อง 
    อย่าไปคิดว่า ทำไมคู่เราถึงไม่เหมือนคู่ของใครเขา 
    อย่าไปคิดว่า คู่เราแปลกหรือเปล่า 
    อย่าไปสนใจว่า เราควรเปลี่ยนแปลงอะไรมั๊ย 
    ถ้าจะเปลี่ยน ขอให้เพื่อรักมิใช่เพื่อเลิกรัก

     รัก คือ มองไม่เห็น สัมผัสได้ด้วยใจและตัวเอง คนที่เคยมีความรักเหมือนโลกเป็นสีชมพู รักดีอยู่บ้างทำให้เรามีลมหายใจอยู่มีชีวิตชีวาขึ้นมา แต่มีเรื่องไม่สบายใจขึ้นมาล่ะก็ เจ็บปวดและไม่อยากมีรักเลยหละ 

              แต่มันก็สายเกินไปที่จะไม่มีรักเพราะทุกชีวิตต้องมีคนรัก จริงๆ รักคือ ความสุขที่หาอะไรมาวัดก็ไม่รู้ว่ารักมากแค่ไหน และคือความจำเป็นของคนคนหนึ่งที่ได้รู้ว่ารักมาจากไหน
    เราไม่สามารถหาว่าตัวตนของคำว่ารัก ว่าผู้คิดค้นคือใคร แต่เราเป็นผู้ค้นมันเอง และนี่ก็คือ นิยามความรัก

    ความรักเหมือนน้ำเปล่า

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า
    บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า
    มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า
    มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรแต่มันมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร
    ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น
    ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิด
    ใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน
    หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง เหมือนกับน้ำเปล่า
    คุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ
    และอย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ
    มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้
    เพราะน้ำเปล่า มีคุณประโยชน์เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม
    ถึงมันจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง แต่น้ำเปล่า
    มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใดๆ
    น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ เหมือนกับรักแท้
    คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์
    เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด
    ::แล้วนิยามความรักของคุณล่ะ

    September 27

    ความทุกข์ '0' ไม่ได้มีไว้แบก

    "หากว่าเรากล้าที่จะก้าว ก็อย่ากลัวที่จะล้ม
                                
    หากว่าเราต้องล้ม ก็อย่ากลัวที่จะลุกขึ้นใหม่"

    เวลาที่ชีวิตต้องเจอกับเรื่องทุกข์ๆ เราควรจะยึดคติว่า"ความทุกข์มีไว้ให้ดับ ไม่ได้มีไว้แบก" เจอความทุกข์เมื่อไหร่ ก็หาทางฝังกลบมัน อย่าปล่อยให้ความทุกข์ลุกลามจนเรื้อรัง เดี๋ยวความทุกข์จะกลืนกินความสุขในใจเราไปจนหมด
    การที่เราจะมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข ไม่ได้แปลว่าเราต้องกำจัด
    ความทุกข์ได้อย่างถาวร เพียงแต่เราต้องรู้วิธีที่จะอยู่กับความทุกข์เฉพาะบางเรื่อง ไม่อุ้มความทุกข์ในวันวานมาเป็นทุกข์ในวันนี้และไม่สะสมความทุกข์ของเมื่อวานกับวันนี้ ไปพอกไว้กับความทุกข์ของพรุ่งนี้
    วันที่เรารู้สึกสับสนวุ่นวาย ไม่เข้าใจชีวิต ตัดสินใจไม่ถูก ก็เหมือนกับเราเจอโจทย์เลขหินๆ อ่านโจทย์กี่รอบก็ไม่เข้าใจ ตีโจทย์ไม่ออกก็เลยหาคำตอบไม่เจอ
    การที่เราแก้โจทย์ไม่ได้ สามารถมองได้สามกรณี

    กรณีแรกคือ โจทย์ยากและซับซ้อนเกินไป
    กรณีที่สองคือ โจทย์ผิดหรือไม่ชัดเจนพอ
    กรณีที่สามคือ เรามีพื้นฐานการคำนวณไม่ดีพอ

    เฉกเช่นเดียวกัน การที่เราแก้โจทย์ชีวิตไม่ได้ ก็เกิดได้จากสามกรณี คือโจทย์ชีวิตของเรายากมาก หรือโจทย์ชีวิตมีความผิดพลาด หรือเราอาจจะมีความสามารถไม่พอที่จะแก้โจทย์ เราจึงต้องหาสาเหตุให้ได้ว่า ปัญหาอยู่ที่โจทย์ หรืออยู่ที่เรา ก่อนที่เราจะโทษว่าโจทย์ชีวิตมันช่างยากเหลือเกิน เราลองเปลี่ยนมาทบทวนตัวเราก่อนดีไหม
    ลองถามตัวเองดูซิว่า เราเรียนรู้ชีวิตน้อยเกินไปหรือเราไม่เข้าใจชีวิตในเรื่องไหน เรื่องไหนที่เรายังด้อย เรื่องไหนที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราก็ต้องติวเข้มบทเรียนชีวิตให้มากขึ้น ถ้าหากเรามีพื้นฐานความคิดที่ดีพอสมควร มีความรู้ความเข้าใจพอประมาณ เราก็จะแก้โจทย์ชีวิตได้อย่างไม่ยากเย็น
    แม้ว่าบางโจทย์อาจจะโหดไปบ้าง แต่ถ้าเราแน่พอ อย่างน้อยเราก็พอจะแก้โจทย์ได้สักครึ่งข้อ ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากเราไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ ต่อให้เราเจอโจทย์ง่ายกว่านี้เราก็อาจจะตอบผิด และอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องค้นหาก็คือ ใครเป็นคนตั้งโจทย์ชีวิต ชีวิตเป็นผู้ตั้งให้เรา หรือว่าเราเป็นคนตั้งโจทย์ชีวิตเอง เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงโจทย์ชีวิตเอง เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงโจทย์ได้ ถ้าโจทย์ที่เขียนไว้มันยากเย็นแสนเข็ญนัก เราก็ควรลบโจทย์นั้นทิ้งแล้วคิดโจทย์ใหม่ขึ้นมาแทน อย่าไปเสียเวลากับโจทย์ที่ไม่ให้ประโยชน์กับชีวิต
    อย่าไปใส่ใจกับโจทย์ที่ไม่มีคำตอบ ถึงแม้เราจะมีโจทย์ชีวิตมากมาย แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้ครบทุกโจทย์ เพราะว่าเราสามารถเลือกได้ว่าจะตอบหรือไม่ตอบ สำหรับโจทย์เลข จะมีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว แต่โจทย์ชีวิต อาจจะมีคำตอบที่ถูกต้องมากว่าหนึ่ง เราจึงต้องพิจารณาให้ดีว่าควรจะเลือกคำตอบไหน จึงจะแก้โจทย์ชีวิตและโจทย์หัวใจได้ดีที่สุด

    "ปัญหาบางอย่างในโลกนี้ อาจจะไม่ได้มีไว้ให้เราแก้ แต่มีไว้ให้เราเรียนรู้ว่ามันแก้ไม่ได้"

    ถ้าหากชีวิตมีแต่ความทุกข์เพียงด้านเดียว ชีวิตย่อมหาความสุขไม่ได้ แต่ถ้าชีวิตเต็มไปด้วยความสุขล้วนๆชีวิตก็คงไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร ทั้งความทุกข์และความสุขจึงเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต
    เราจึงควรประสานความคิดและหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อจะได้ดูแลความสุขและความทุกข์ให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะพอดี
    ถ้าหากเรามีคมความคิด การใช้ชีวิตก็จะง่ายขึ้น ถ้าหากเรามีหัวใจที่เฉียบคม ความรู้สึกของเราก็จะชัดเจนขึ้น

                 
    เพราะ " คมอยู่ที่คิด ชีวิตอยู่ที่ใจ " ขอเพียงเรารู้จักเลือกคิด ชีวิตก็จะคมชัด


    ความรู้สึก ระยะห่าง ระหว่างคน

    วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
    ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
    แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น จากคนแปลกหน้า
    กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน

    เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
    สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
    บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
    ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จักคนคุ้นเคย
    หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่


    บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย
    จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน ....
    ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้
    และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ...


    แต่ในทางกลับกัน...
    ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
    จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น ....กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก
    ...

    กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ...

    แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่
    แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ...


    ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา
    พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก...

    ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
    และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน...

    เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1
    ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ...
    และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน ....
    เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว
    เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ

    กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
    เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง
    กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ . .......
    เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป...


    แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
    ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด....
    เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ...
    ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
    กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม
    กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
    แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน...


    ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน
    เจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
    ขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
    โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
    อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน...
    เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าบากแสนล้าบาก ....
    แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น


    บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ...
    ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน
    ไม่เคยรับรู้ว่า ...
    ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน
    แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
    ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ...
    ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ

    การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
    แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย คน
    บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต....
    ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม....


    ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
    ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา
    ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย
    ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์...

    เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา...
    ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง
    ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
    เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า
    ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี
    ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง
    เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ไป
    เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน


    เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
    เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า
    การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี...เสียอีก...


    แล้วคุณ ๆ เล่า
    เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม...
    เคยรู้สึกไหมว่าบางที ความห่างไกล
    กับ ระยะห่างของความรู้สึกเป็นกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน


    เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ
    หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม....
    เคยคิดกันบ้างไหมว่า
    ระหว่างคนพยายามเดินหนี
    คนที่พยายามเดินตาม
    และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม

    คนไหนเจ็บปวดมากกว่า กัน

    September 26

    แคร์ความรู้สึกของคนข้างหลังเราบ้าง ซักนิดนึงนะ

    คนนึงวิ่งตาม...อีกคนวิ่งหนี

    คนนึงฟุ้งซ่าน...อีกคนไม่คิดแถมอึดอัด

    คนนึงสนใจ ใส่ใจ ดูแล เป็นห่วง...อีกคนไม่เคยรู้สึกว่ามีค่า

    คนนึงโทรไปแล้วหาเรื่องคุย...อีกคนรับสายแล้วหาเรื่องวาง

    คนนึงอยากเจอนานๆทีก้อยังดี...อีกคนทำงาน ไม่ว่าง อยากพัก

    คนนึงคิดถึงอีกคน...แต่อีกคนแกล้งทำเป็นไม่รับรุ้

    คนนึงเพิ่งหยุดร้องไห้แล้วโทรหา...อีกคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงเปลี่ยนไป

    บางครั้งคุณควรคิดย้อนกลับไปถึงคนที่เค้ารักและเป็นห่วงคุณบ้าง

    อย่าทำเหมือนความรู้สึกและสิ่งดีๆ ที่เค้าทำให้คุณ

    ไม่มีค่า

    ไม่มีความหมายอะไรเลย

    อย่าทำร้ายความรู้สึกของคนที่รักคุณ...ดูแลความรู้สึกของคนข้างๆคุนบ้าง

    อย่าให้ความรุ้สึกดีๆต้องจางหายไป

    และเมื่อถึงวันนั้น

    วันที่คุณเสียเค้าไป

    คุณจะร้องไห้เสียใจคงไม่มีใครที่จะสงสารคุณ

    September 25

    รักที่รอวันเลิก

    ๐ รัก...ที่รอวันเลิก ๐

    เคยไหม...ที่รู้สึกว่ารักใครสักคน
    รักมันก็รักแต่...มันเหมือนมีอะไรบางอย่างบอกเราว่า
    เราสองคนไม่มีทางร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันได้

    จะด้วยชนชั้น ฐานะ สังคม หรืออะไรก็แล้วแต่
    จุดบอด...ข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
    สามารถทำให้เราพร้อมจะไปทันที

    มันเป็นความรักอึมครึม...ยากที่จะอธิบาย
    ต่างคนต่างรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้
    แต่ก็พยายามยื้อ ยื้อเวลาที่จะอยู่ด้วยกัน

    มันเป็นความรู้สึกเสียดาย...เสียดายวันเวลา
    เสียดายความผูกพัน...เสียดายความรัก
    เสียดายทุกๆ อย่างถ้าจะต้องจากกันจริงๆ

    ไม่ได้เลิกกันเพราะคนอื่น...แต่อย่างใด
    และ..ไม่ได้เลิกกันเพราะมีใครใหม่ด้วย
    มันคล้ายๆ ความรักมาถึงจุดอิ่มตัว
    เหมือนไม่รัก...แต่ก็รัก
    อยู่ต่อก็ไม่ได้...จากไปก็ยังไม่ทันตั้งตัว
    หรือจะรอแค่เวลาก็ไม่รู้

    ถ้าทางออกอีกทาง คือต้องอยู่ห่างกัน...สักพัก
    วัดใจเลยว่าความต้องการจริงๆ คืออะไร
    แล้วจุดดำที่มันค้างคาในใจล่ะจะแก้ยังไง
    จะมีอะไรมาบอกได้ว่าความรู้สึกนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

    ยากเหลือเกิน...รักแบบนี้...ยากที่จะดึงกลับมา
    รักนะ...แต่เราต้องเลิกกัน

     

    September 24

    สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...คือชีวิตเราเอง

    สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...คือชีวิตเรา
    สิ่งที่มีค่าที่สุดในใจเรา...คือใจเรา
    อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร
    อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
    อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดและดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล
    เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลได้ดีไปกว่าตัวเอง
    อย่าปิดกลั้นความรู้สึกของหัวใจ
    อย่าบอกว่าเกิดมาเพื่อรักคนๆเดียว
    คนใจแคบเท่านั้น...ที่เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว
    เราสามารถรักใครต่อใครได้มากมาย
    ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
    หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
    รักต่างแบบ...ปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างกัน
    แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่ง...
    คนบางคนไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้
    เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย...
    และไม่เห็นต้องเจ็บเจียนตาย
    ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้นเต็มที่แล้ว
    อากาศ...ร้อนอบอ้าว
    ออกมายืนคุยกับแสงแดด
    อากาศ...หนาวขาดใจ
    ออกมาหาอุ่นไอลมหนาว
    เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาว...ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกับมัน
    ก็เหมือนความรัก...อยากรู้ว่ารสชาดิมันเป็นไง
    ก็ต้องไปสัมผัสกับมัน...แต่อย่าทรมานตัวเอง
    ด้วยการยืนตากแดดนานๆหรือยืนต้านทานลมหนาว
    ถ้ารู้ว่าร้อนนัก...ก็หลบที่ร่ม
    ถ้ารู้ว่าหนาวนัก...ก็ก่อเตาผิง
    ความรักจะไม่ทำร้ายเรา...ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
    ถ้าเธอรู้จักรัก...แสงแดดจะทำให้เธออุ่น
    ลมหนาวจะทำให้เธอหลับสบาย