Profilo di numfon°•. numfon konmaimeehua...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


10 gennaio

ความห่างไกล.....วัดความผูกพัน

มีคนบอกว่า ... ฟ้าดินลงโทษเขาให้ห่างไกลกับคนรัก  ฉันกลับคิดว่า ... ฟ้าดินกำลังสงสัยคู่นี้ว่า  ... เขารักกันจริงหรือป่าวต่างหาก ...  เลยทดสอบโดยแยกคนนึงไปทาง ... อีกคนไปทาง  คงมีใครบางคนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ  ถ้าเราคิดว่ามันเป็นการทดสอบว่าเราเลือกถูกคนรึป่าว  ความห่างไกล ... จะเป็นตัววัดปริมาณความผูกพันที่เรามีต่อกัน  ถ้าเรายังรู้สึกเหมือนเดิม...แถมยังเพิ่มความห่วงใย ... ความคิดถึง ... นั่นคือเรามีความรักที่แท้จริงให้เค้า ... เราสอบผ่าน ...   แต่ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงไป ... แรก ๆ ก็ติดต่อกันถี่หน่อย ... หลัง ๆ เริ่มห่างหาย  เค้าสอบตก ... ก็ในเมื่อปริมาณความผูกพันของเค้ามันมีไม่เพียงพอ  เราน่าจะภูมิใจในตัวเอง ... ที่เราได้เลื่อนชั้นขึ้นไป ... แม้มีใครจะสอบตก   ถ้าเค้าอยากจะขึ้นมาอยู่ข้างเรา... เค้าต้องเร่งให้สอบผ่านบททดสอบนี้ ... แล้วก้าวขึ้นมาอยู่ข้างเราเอง ...  ถ้าเค้าไม่ผ่าน ... ก็ถือว่าเป็นบุญ ...
ที่ฟ้าดินได้คัดคนโง่ ... ออกไปจากเราแล้ว ...

09 gennaio

กลับมาเป็นตัวของตัวเอง (อีกครั้งนึง)

ปีใหม่แห่งการเริ่มชีวิตใหม่.........
 หลายคนอาจจะตั้งไว้..ปีใหม่ปีนี้จะเริ่มต้น.....
 อะไรใหม่และดี.......ฉันก็อยากที่จะเริ่มต้น...
 ปีใหม่ด้วยอะไรดีๆเหมือนกัน............
 วันที่เก้ามกราคม..มันคงไม่สายเกินไปใช่ไหม.....
 ขอเริ่มต้นใหม่แล้วกันตัวเราอยากจะเริ่มต้นใหม่....
 

 เมื่อวานที่ผ่านได้คุยกับพี่สาว....ที่น่ารักและเข้าใจฉัน....
 ปรับทุกข์กันนิดหน่อย....ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำ...
 ทำให้ตัวเองคิดอะไรได้เยอะ...และเห็นคุณค่าของตัวเองมาก.....ขึ้น
 

 วันนี้ค่อนข้างที่จะสับสน....อะไรหลายอย่าง...
 บางอย่างยังตัดสินใจไม่ได้แต่....ตอนนี้ตัดสินใจได้แระ....

แต่....ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัดสินใจไป มันจะทำให้ตัวฉัน...ทุกข์ หรือ สุข กันแน่++++

การ รัก คือสิ่งที่เรารับได้

การรักใครสักคนนั้น . . .
ง่ายกว่าการตัดใจ จากใครสักคนนัก


การสบตา จากใครสักคนนั้น . . .
ย่อมมีความสุข กว่าการหลบตาใครสักคน เป็นแน่แท้

จะมีสักกี่คน ที่สามารถทำให้เรายิ้มได้ . . .
ยิ้มให้กับคนที่เขาไม่รักเรา . . .

เพราะอย่างน้อยเขาก็คือ คนที่ได้รับความรักจากเรา
ยิ้มให้กับพรหมลิขิต ที่ทำให้เราเจอกันถึงแม้เราจะไม่ได้รักกัน . . .

เพราะอย่างน้อยพรมลิขิต ก็ยังได้ทำให้เราได้รู้จักกัน 

ยิ้มให้กับหัวใจตัวเอง ที่ไปรักเขา . . .

เพราะอย่างน้อยหัวใจของเรา ก็ยังได้เรียนรู้กับความรัก


จะต้องรอ..อีกนาน..สักแค่ไหน

หากหัวใจ..ยังบอบช้ำ..ระกำฝืน
ทนเจ็บปวด..รวดร้าว..ให้ก้าวยืน
รอวันคืน..เธอกลับ..มารับใจ

ฉันยังอยู่เพื่อ...เทอ...(คนดีของหัวใจ)

ฉันยังอยู่... เพื่อเธอ ^^

และแล้วมันก็ผ่านไป....

หลังจากอะไรหลาย ๆ อย่างที่ฉันคิดว่าคงจะลงตัวในอีกไม่ช้า
ก็กลับทำให้ฉันรู้สึกว่า อะไรหลาย ๆ อย่างที่ฉันเป็นอยู่ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
และฉัน... ก็คิดว่า มันคงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เธอที่ฉันรัก ก็ไม่เหมือนเดิม
ฉันคนที่เธอคิดว่าเป็นตัวสำรอง ก็ไม่เหมือนเดิม
และเรา.. ก็คงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

อีกนานไหม กับความรู้สึกว่าเหงา จะหายไป
อีกนานไหม กับความรู้สึกที่ว่าเธอไม่เคยที่สนใจฉัน
อีกนานไหม กับความรู้สึกที่ว่าเธอเปลี่ยนไป และไม่เหมือนเดิม
 และอีกนานไหม กับความรู้สึกที่เรียกว่า"รัก" ระหว่างฉันและเธอจะกลับคืนมา

ฉันไม่รู้ว่าต่อไปมันจะเป็นเช่นไร แต่ฉันก็จะขอรักเธออยู่อย่างนี้ต่อไป ....

ไม่ว่าเธอจะคิดยังไง และรู้สึกอย่างไรกับฉัน
ฉันก็ยังยืนยัน ว่าฉันจะรักเธอ.... ^^

อยากให้เรากลับมา.... "กลับมาเหมือนเดิม"
เพราะฉันอยากจะเดินไปด้วยกันกับเธอ..............>>> สุดที่รัก <<<

08 gennaio

"ข้อคิดเพื่อครอบครัว"

1. ข้อสำคัญของการเลือกคู่ คือ
เราไม่ได้เลือกใครเพราะเขาสมบูรณ์แบบ แต่เพราะเขามีจุดดีหลักๆที่เราประทับใจ ส่วนจุดอ่อนด้อยนั้นเป็นส่วนปลีกย่อยที่เราสามารถยอมรับได้อย่างไม่ยากเย็น
                
2. ในความเป็นจริง ไม่มีใครดีเลิศสมบูรณ์แบบ ถ้าเรามองไม่เห็นจุดอ่อนด้อยของเขาเลย นั่นแสดง ว่า เรายังไม่รู้จักเขาอย่างแท้จริง หรือไม่ เราก็กำลังตกอยู่ในความหลงใหลจนไม่ลืมหูลืมตา
 
3. การแต่งงาน คือ การผูกพันกันด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพียงร่างกายและยิ่งไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผล ประโยชน์เชิงธุรกิจ
 
4. คนที่แต่งงานเพราะความเหงาจะยิ่งเหงาหนักเป็น 2 เท่า แต่งงานแบบคลุมถุงชน ก็มีแนวโน้มว่า ชีวิตจะมืดมนไปอีกนาน
 
5. ความสุข ความทุกข์ ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ชีวิตหลังแต่งงาน คิดให้ดีก่อนที่จะเลือกใครมาเป็นคู่ชีวิต ... 
 
6. บ้านจะเล็กหรือใหญ่ ไม่สำคัญ แต่ "ความรัก" ต้องใหญ่ที่สุดในบ้าน
 
7. คำว่า "รัก" พูดมากไป ย่อมดีกว่า พูดน้อยไป...
 
8. เมื่อเรา ทำผิด....จง "ขอโทษ" เมื่อเขา ทำผิด ....จง "ให้อภัย"
 
9. ชีวิตแต่งงาน คือ ชีวิตแห่งการปรับตัว ถ้าไม่คิดจะปรับตัวเข้าหาใคร อยู่เป็นโสดไป ก็ดีกว่า...
 
10. ยอมเป็นผู้แพ้ ดีกว่า เป็นผู้ชนะที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากชีวิตสมรสที่หักพัง...
 
11. "แก้ตัว" .... ช่วยอะไรไม่ได้ "แก้ไข" .......ช่วยได้ทุกอย่าง...
 
12. เมื่อมีปัญหาในครอบครัว อย่าลืมใช้ความรักและหลักเหตุผลเป็นกรรมการ ตัดสิน ไม่ใช้ อารมณ์ หรืออาวุธ..
 
13. งอนแต่พองาม...ก็งามดี แต่งอนเกินพอดี ก็เกินงาม...
 
14. ต่างคนต่างแข็ง ไม่มีใครยอมอ่อนข้อต่อกัน...บ้าน...ก็คงไม่ต่างอะไรกับสนามรบ
 
15. เมื่อสามีอ่อนแอ ไม่รับบทบาทผู้นำ ความสับสนวุ่นวาย ก็ตามมา หรือเมื่อภรรยา พยายามแย่งบทบาทการนำจากสามี ชีวิตครอบครัวก็รอดยาก
 
16. ความไม่ซื่อสัตย์ ต่อกันเพียงครั้งเดียว ก็อาจสั่นคลอนความไว้วางใจที่มีให้กันได้ท้ายที่สุด ชีวิตคู่ก็จบลงด้วยความแตกร้าว ยากเยียวยา
 
17. ความเห็นแก่ตัว สนใจแต่ปัญหา อารมณ์ ความรู้สึก และความสนใจของตัวเอง ชีวิตคู่ก็อยู่ด้วยกันยาก
 
18. ก่อหนี้สินจนล้นพ้นตัว ครอบครัวก็มีแต่ความตึงเครียดทุกเช้าเย็น
 
19. เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือทั้งสองฝ่ายเรียกร้องและคาดหวังจากกันและกันมากเกินพอดี ปัญหาก็จะมีเรื่อยไป…ไม่สิ้นสุด
 
20. ควรตระหนักว่า...ภรรยา ไม่ใช่ผู้ปรนนิบัติรับใช้สามี แท้จริงแล้ว สามีภรรยา ควรเอาใจใส่ดู แลกันและกันอย่างดีที่สุด ...ย่อมดีกว่า
 
21. ไม่มีอะไร ทำให้ภรรยาปวดร้าวใจ มากเท่าการค้นพบว่า สามีมีหญิงอื่นใน หัวใจ
 
22. รักเดียว...ใจเดียว ไม่ใช่เรื่องเชย แต่เป็นเรื่องดีที่สามีทุกคนในโลกควรกระทำ
 
23. การขอโทษภรรยาเมื่อทำผิด ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรีแต่เป็นศักดิ์ศรีของสามี...ที่แท้จริง
 
24. ไม่ควรมองว่า งานดูแลบ้าน เป็นความรับผิดชอบของภรรยาสามีควรมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระ อย่างสุดความสามารถเสมอ
 
25. สรีระรูปร่างหน้าตา ที่เปลี่ยนไปของภรรยา ไม่ควรเป็นเหตุให้ความรักในหัวใจของสามีจืดจาง ลงแม้แต่น้อย
 
26. ควรระลึกอยู่เสมอว่า...การนำครอบครัวนั้น คือ การนำโดยเห็นผลประโยชน์ของครอบครัวเป็น หลักไม่ใช่ เพื่อความสุข ความพึงพอใจของตนเอง
 
27. ภรรยาที่ดี ควรสนับสนุนสามีให้ก้าวไกลในชีวิต ไม่ใช่ดึงรั้งให้หยุดอยู่กับที่ หรือถอยหลัง
 
28. ภรรยาที่ดี ไม่ควรใช้วิธีการบีบบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้สามีตัดสินใจตาม ความคิดของตน
 
29. ในสถานการณ์หน้าสิ่ว หน้าขวาน สามีต้องการภรรยาที่สงบนิ่ง ช่วยกันคิดหาทางออก  ไม่ใช่ ภรรยาที่เอาแต่โวยวาย ตีโพย ตีพายหรือร้องไห้ฟูมฟาย โดยปล่อยให้เขาต้องแบกภาระหนักอึ้งเพียงลำพัง
 
30. การไม่ตีลูก เพราะกลัวลูกเจ็บ เมื่อยังเป็นเด็ก กลับจะทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่า เมื่อเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างปัญหา และถูกลงโทษ ... จากสังคม
 
31. ช่องว่างระหว่างวัย..ระหว่างรุ่น...ย่อมไม่มี ถ้าพ่อแม่ตระหนักถึงความสำคัญ และใช้ความ พยายามที่มากพอ วิธีที่ดีที่สุด คือ พ่อแม่ควรวางแผนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับลูก ไม่ใช่ตามแก้ ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
 
32. พึงตระหนักว่า ลูกไม่ใช่ดินน้ำมัน ที่พ่อแม่ อยากจะปั้นให้เขาเป็นอะไรก็ได้ตามใจชอบ เขาย่อม มีจิตใจที่มีเอกลักษณ์แห่งความชอบ ความสนใจที่แตกต่างไปจากพ่อแม่ได้เสมอ

อย่าท้อน๊า

ไม่มีใครในโลกนี้ที่เกิดมาแล้ว ไม่เคยประสบพบเจอแต่ความล้มเหลว แต่ถ้าหาก เรายังจมปลัก อยู่กับความล้มเหลวโดยไม่คิดที่จะลุกขึ้นมาสู้ใหม่ ชีวิตนี้ของเราก็จะพ่ายแพ้และล้มเหลวตลอดไป เมื่อใดก็ตามที่เราประสบความล้มเหลว เราก็จะได้รับบทเรียนให้กับชีวิต การค้นหาข้อผิดพลาด และข้อบกพร่อง จะทำให้เราได้ประสบการณ์ และสามารถลุกขึ้นสู้  จนท้ายที่สุดก็จะพบกับชัยชนะ จากการต่อสู้นั้นๆ หากเราคิดในทางสร้างสรรค์ ความล้มเหลวยังทำให้เรามีสติปัญญาคิดไตร่ตรองมากยิ่งขึ้น มีกำลังใจที่เข็มแข็ง มีความเชื่อมั่น เข้าใจในความทุกข์  และมีความอุตสาหะมากยิ่งขึ้นด้วย ถ้าเราคิดได้ดังนี้เราจะมีแรงฮึด ลุกขึ้นมาสู้ได้อีกอย่างแน่นอน การรู้จัก ที่จะมีความอดทน ต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งกับความเจริญก้าวหน้า  คนที่ไม่รู้จักอดทนต่อสู้ มักจะมีชีวิตที่แห้งเฉา อยู่อย่างซังกะตายไปวันๆ  ชีวิตไม่มีความหมายกับคนพวกนี้เลย ผู้ที่ไม่อดทนต่อสู้กับอุปสรรค จะไม่มีทางประสบความสำเร็จในชีวิตนี้ได้ เพราะเขาจะไม่มีพลังใดๆ มาต่อสู้กับปัญหาได้เลย เขาจึงต้องพบกับความผิดหวัง และความล้มเหลวอยู่เป็นประจำนั่นเอง นอกจากนี้การต่อสู้ ที่งดงาม  ก็มิใช่การต่อสู่ที่เหยียบย่ำผู้อื่น  จนทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จแต่เพียงผู้เดียว

เมื่อใดก็ตามที่เราลงมือต่อสู้
เราก็จะพบว่า...
เราก็มีความสามารถและมีพรสวรรค์
ที่กำลังก่อตัวอยู่ในตัวเราอย่างไม่น่าเชื่อ
ชึ่งนี้นี่เองคือผลพลอยได้ อย่างหนี่ง
ของการได้ลงมือต่อสู้ นั่นเอง

...........คือชีวิต

เราทุกคนรู้ดีว่า ...
 เราไม่สามารถจะทำทุกอย่าง ... ให้กับทุกๆ คนได้
 เราไม่สามารถจะทำทุกอย่าง ... ได้ในทันที
 เราไม่สามารถจะทำทุกอย่าง ... ให้ดีได้เท่ากัน
 เราไม่สามารถจะทำทุกอย่าง ... ได้ดีกว่าคนอื่นๆ ทุกคน
 และ ... เราก็ยังเป็นมนุษย์เหมือนกับคนอื่นๆ

ดังนั้น ...
 คุณจะต้องค้นพบให้ได้ก่อนว่า คุณคือใคร ?? ...
และสามารถที่จะเป็นอะไรได้บ้าง ...
 คุณจะต้องตัดสินใจให้ได้ว่า ... จะต้องทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก
 คุณจะต้องหากำลังใจของตัวคุณเองให้พบ ... และจงใช้ประโยชน์จาก มัน !!
 คุณจะต้องเรียนรู้ถึงความไม่สมบูรณ์แบบของผู้อื่นเสียบ้าง
 เพราะไม่มีใครคนใดที่จะทำอะไรถูกใจคุณไปหมดทุกอย่าง ...

ต่อจากนั้น ...
 คุณก็จะได้รู้ถึงลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของคุณเอง ... ที่ไม่เหมือนใคร
 คุณจะได้รู้ถึงวิธีการตัดสินใจ และการใช้สิทธิของตัวเอง
 คุณจะได้รู้จักการวางตัว ให้เป็นที่ศรัทธาแก่ผู้อื่น
 และในที่สุด ... คุณก็จะได้เป็น " บุคคลเหนือความตาย !! "

จงเชื่อเถิดว่า ...
 คุณคือ "คนพิเศษ" ที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ
 คุณคือ "คนหนึ่ง" ของเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์
 ซึ่งสิ่งนั้นมันไม่ใช่แค่เพียงสิทธิ(ที่คุณจะได้เป็น) ... แต่มันคือ "หน้าที่" ที่คุณจะต้องเป็น (ให้ได้) !!

 ชีวิตไม่ได้มีแต่ปัญหาที่จะต้องแก้ไข ...

 แต่ ชีวิต !! คือ "สิ่งวิเศษ" ที่เราจะต้องทะนุทนอมไว้ด้วยความรัก
 จงเชื่อดังนี้เถิด ...
แล้วคุณจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้แม้จะต้องล้มอีกสักกี่ครั้งก็ตาม ....

 

ชั่วครั้ง......ชั่วคราว

คนเราจะมีการสร้างความคุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ ...
และมีการสูญเสียความคุ้นเคย ในบางอย่างเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย...
ซึ่งมันคือหลักฐานในการยืนยันว่าเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตเป็นแค่สิ่งชั่วคราว..
สุดท้ายแล้ว...ไม่มีอะไรตั้งมั่นอยู่ได้อย่างถาวร...
แต่ถึงแม้จะรู้ว่าโลกนี้ไม่มีสิ่งถาวร
เรายังกลัวจะเสียบางความคุ้นเคยไป
ขณะเดียวกันมีบางความคุ้นเคย หล่นหายโดยไม่รู้ตัว...
เนื่องจากเรายึดความคุ้นเคยแต่ละชนิด ด้วยการถือมั่นไม่เท่ากัน...
แต่ละคนมีวิธีจัดการเรื่องชั่วคราวที่อยู่ในชีวิตได้ไม่เหมือนกัน
มีทั้งคนที่จัดการได้ดีและคนที่จัดการอะไรไม่ได้เลย
บางเรื่อง (ชั่วคราว) ที่สูญหายไปทำให้คนเราพ่ายแพ้อย่างยาวนาน...
มนุษย์ไม่ควรรู้สึกพ่ายแพ้ติดต่อกันนาน ๆ ...
และการรูสึกแพ้นั้นเราจะรู้สึกเกินกว่าสถานการณ์จริงเสมอ
แพ้แค่ 3 ก็อาจรู้สึกว่าแพ้ถึง 10
ชีวิตคือการเดินทางผ่านเรื่องชั่วคราวจำนวนมาก
และสุดท้ายชีวิตของเราแต่ละคนก็เป็นเรื่องชั่วคราว...
ถ้าเราตระหนักให้รู้ชัด ๆ ว่ามันชั่วคราว..
ความทุกข์ในใจก็จะลดน้อยลงทันตาเห็น
แต่อย่างว่า...เราตระหนักกันไม่ได้...
เพราะไม่ยอมเรียนรู้ถึงความชั่วคราวในชีวิตอย่างจริงจัง
แทบทุกวันเราจึงเอาเป็นเอาตายกับเรื่องต่าง ๆ
ราวกับเรื่องเหล่านั้นคือความคงทนถาวรที่จะดำรงอยู่ตลอดไป

ที่บอกว่า "เอาเป็นเอาตาย" ไม่ได้เกินความเป็นจริงเลย...
เด็ก ๆ เอาเป็นเอาตายกับการเรียนพิเศษ...
ผู้ใหญ่เอาเป็นเอาตายกับการทำงาน...
ผู้ชายเอาเป็นเอาตายกับความใคร่...
ผู้หญิงเอาเป็นเอาตายกับความรัก...
บางเวลารู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

และกำลังเป็นอยู่ ในชีวิตคนเราล้วนเพ้อไปทั้งนั้น...
ถ้าหยุดเพ้อลงบ้างก็ดี..การเกลียดใคร หรือรักใคร ก็เป็นการเพ้อ...
ทั้งความรักและความเกลียดไม่ใช่สิ่งถาวร...มันเพิ่มขึ้น...ลดลง...สูญหายได้
การเข้าไปยึดถือ และแบกเอาไว้ ทำให้ชีวิตมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น...
อยู่อย่างเบา ๆ สบายตัวดีกว่า...โปรดสังเกตเวลาที่เราโกรธหรือเกลียดใคร

ความไม่สบายใจ...ความขุ่นข้องใจ...ความหนักใจก็จะเกิดขึ้นในทันที...


ปีใหม่ >>> ใจเดิม

ใจเดิม ดวงเดิม และยังรักคนคนเดิม
คนที่ฉันไม่เคยลืม  คนดีของหัวใจ

 

เจ็บไหม??...
ถามมาได้ เจ็บไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ เจ็บแปลบที่หัวใจทุกครั้งที่เจอ แต่ไม่รู้จักจำ ไม่เข็ด
ไม่รู้จะทำยังไงเเล้ว---------------

หลายครั้ง...บอกใครๆไปว่าอยากจะเลิก  ไม่นานเดี๋ยวก็ลืมเองแหละ
แต่ทำไมยิ่งนานไปยิ่งถลำลึกล่ะ ทำไมยิ่งนานไปยิ่งเสียน้ำตาล่ะ

ไหนว่าจะไม่ร้องไห้ไง แล้วจะเสียใจทำไมกันนะ
 ได้เเต่บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เชื่อซิ สักวันเราจะต้องทำได้  ปลอบใจตัวเองชัดๆ ฮือๆๆๆๆๆ

รู้ไหมว่าหัวใจมันด้านชาจริงๆนะ เหมือนมันปิดตายไปแล้ว
ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่สามารถมองใครได้อีก ไม่ได้เลือกมากนะ   แต่ไม่สามารถจริงๆ

ทำไม
ทำไม...
แค่จะเลิกกับเค้า มันมีอิทธิพล ได้ขนาดนี่เลยเหรอ

 นี่เป็นอะไรไปแล้วนะใจ...
สับสน..
ลังเล...
วุ่นวาย...
น้ำตา...

แต่ทุกอย่างก็ไม่ทำให้ฉันเลิกรักเทออยู่ดี

07 gennaio

เคยมั้ย

เคยมั้ย....ที่บางครั้งน้อยใจในโชคชะตา ที่เล่นสับสน มัวเล่นตลกอยู่กับชีวิตเราอยู่บ่อยครั้ง

   เคยมั้ย....ที่น้อยใจกับพรหมลิขิต โลกนี้มันช่างไม่ยุติธรรมกับเราเอาเสียเลย

   เคยมั้ย...ที่บางวันตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์ หงุดหงิดอาจเนื่องด้วย อารมณ์ที่ตกค้างมาจากเมื่อวาน

   คิดว่าหลายต่อหลายคนคงจะเคยมีอารมณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเองอาจจะหลายครั้งหลายครา หรือมีบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง...พอเป็นกระสัย

  หยุดคิดมาก... พอแล้วกับความคิดที่จะนำพาความเศร้า ความน้อยเนิ้อต่ำใจ ให้เกิดขึ้นกับเรา ลองกลับด้านความคิดดูสิ เรื่องที่ไม่อยากให้เกิดเหล่านั้น มันจะสร้างความอดทนให้เกิดขึ้นกับเรา มันจะทำให้เราแกร่งขึ้นอีกหลายเท่า แค่มันมาเป็นบททดสอบ ความแกร่ง ถ้าเราผ่านมันมาได้ ลองคิดดูว่า...คงจะมีอะไรดีดี เกิดขึ้นกับเรามากอีกโข (จริงมั้ย...??)

   หยุดการกระทำของความคิดน้อยเนื้อต่ำใจ คิดโทษในโชคชะตา หรือพรหมลิขิตของตัวเอง  แล้วหันมาเติมกำลังใจให้กับตัวเองจะดีกว่า วันดีดี มันจะเกิดได้ง่าย ๆ เรื่องของเรื่องมันอยู่ก็ที่ใจและความคิดของเราเองนั่นแหละ... 

26 dicembre

เหนื่อย...จัง ชีวิตนี้

มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า   เวลาของความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ  แต่เวลาของความเศร้าดูเหมือนแทบจะหยุดเดินด้วยซ้ำ
เหนื่อย...
จนบางครั้งถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า..  ที่ทำมาทั้งหมดนี่ เราต้องการอะไร  แล้ว "สักวัน" ที่เฝ้ารอ  มันมาถึงจริงหรือเปล่า   ยิ่งทำเท่าไหร่..  ก็ไม่เห็นไปถึงสักที
หรือเป็นเพราะ ...  ยิ่งเวลาเดินทางเท่าไหร่..  จุดหมายมันเปลี่ยนไปทุกที
หรือคนเราไม่รู้จักคำว่า "พอ"  หรือว่ามัน ไม่เคยมีจริง  ฝนตก ..อย่าไปวิ่งตากฝน   เพราะอาจทำให้เราไม่สบาย
เหนื่อย.. ก็หยุดพัก
หายเหนื่อยค่อยเดินต่อ
บางอย่าง...ดูเหมือนทำง่าย  แต่..พอถึงเวลานั้นจริง จริง  ก็ไม่เคยคิดได้แบบนั้นสักที
  เหนื่อย..ก็คงต้องเดินต่อ  ตราบที่จะมีกำลังไปไหว  ยังไงก็ยังมีความหวัง
มีจุดหมายที่รออยู่ตรงโน้น....  หายเหนื่อยแล้วก็ต้องกลับมาเหนื่อยใหม่  ก็ชีวิตมันไม่ได้สำเร็จรูปเหมือนบะหมี่นี่นา
เฮ้อ...
วันพรุ่งนี้ที่ต้องพบเจอ จะเหนื่อยทุกวัน ก็ให้มันรู้ไปสินะ

แค่ไม่ยอม <แพ้>

เพราะชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ  เราจึงมักเจอเรื่องทั้งความเศร้า และความสุข
แต่ก็น่าแปลก...
ที่เรามักจะจำได้แต่ความทรงจำเศร้า ๆ  แต่ช่วงเวลาที่มีความสุขเรามักจะจำมันไม่ค่อยได้  เพราะส่วนใหญ่เราจะจำเฉพาะช่วงเวลาที่มีความสุขมาก
หรือความประทับใจ  แต่ความสุขเพียงเล็กน้อย...กลับไม่จำ  แต่ไปจำความทุกข์เล็กน้อยแทน
  กับทางที่ต้องเดินไปอีกไกลแค่ไหน..ไม่มีใครรู้  เราคงทำได้แค่เรียนรู้
และเก็บไว้เป็นความทรงจำเมื่อเวลาผ่านไป  เรื่องเศร้า ที่ครั้งก่อนเคยเศร้ามาก  แต่ตอนนี้..ถ้าได้กลับมาคิดถึงอีกครั้ง  อาจทำให้ยิ้มได้....

ชีวิตในการเดินทางวันนี้
อาจเหนื่อยบ้าง..ท้อบ้าง
กับเรื่องราวที่ยุ่งยากหลาย ๆ อย่าง
ซึ่งเราทุกคนต้องเจอ

แต่เคยสังเกตไหมว่า ....
ในเวลาแบบนั้น ...อาจมีบางเรื่องราวเล็ก ๆ ของความสุข  ซ่อนตัวอยู่ด้วย  อาจมีกำลังใจ ความห่วงใย ที่เราจะรู้สึก   ในช่วงเวลาที่เป็นแบบนั้น

ขอแค่...ไม่ยอมแพ้
เดินต่อให้...ไหว...
สุดท้ายปลายทาง...
บางครั้งอาจไม่เป็นไปอย่างที่ฝัน  แต่เชื่อเถอะว่า...อย่างน้อยยังจะมีอะไรดีดี แน่นอน
   เพราะในที่สุด...   ในช่วงเวลาที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม ไม่มีแม้แสงแดด
สายฝนกระหน่ำจนมองไม่เห็นทางเดิน   และ.... ทำเราเปียกปอนจนไม่สบาย   แต่เมื่อฝนสร่างซา  เราจะพบสายรุ้ง ...   และท้องฟ้าที่แจ่มใส แน่นอน

หวังว่าข้อความบทนี้คงจะเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคน นะ

วันที่อะไรอะไรก้อเปลี่ยน

กับฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยน  ท้องฟ้าสดใสและดูสวย   สายลมยังคงพัดพาความหนาวเย็น  แต่ก็ยังดี..ที่ยังมีแสงแดดให้ความอบอุ่น  อยู่เป็นเพื่อนกันจนถึงสองสามทุ่ม
บางวันอยู่กันจนดึกดื่น  หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปแล้ว  บางอย่างกำลังเปลี่ยนไปอย่างช้า ช้า   ชีวิต....ในแต่ละวัน  ยังคงดำเนินต่อไป  มีหลายอย่างที่ยังต้องจัดการ
เหนื่อย...ท้อ...
แต่ก็ยังไหว....
อย่างน้อยก็รู้ว่ามีกำลังใจดีดีจากหลาย ๆ คน  ส่งมาช่วย...  รับรู้เสมอ..และทำได้แค่ขอบคุณ  และรู้ว่ายังมีบางคน  ที่ถึงแม้จะบ่นเมื่อได้ฟังเสมอ  แต่ก็ยังรับฟังปัญหาทุกครั้ง
อยู่เป็นเพื่อนดูแลกันไม่ห่าง  ขอบคุณที่เหนื่อยด้วยกัน  เวลาที่เหนื่อยหรือหมดกำลังใจ   มีคำบางคำที่พกติดตัวอยู่เสมอ

"คนเราไม่ต้องเก่งไปไปทุกอย่าง..
แต่จงสนุกกับงานทุกชิ้นที่ได้ทำ"

ไม่ต้องเหนื่อยเป็นเพื่อนกัน
แค่อยู่เป็นเพื่อนกันต่อไปก็พอ....

มีหัวใจแค่หนึ่งกำมือ

เราวัดอุณหภูมิอากาศด้วยค่าองศาเซลเซียส  เราวัดน้ำหนักด้วยค่ากิโลกรัม  เราวัดระยะทางด้วยค่ากิโลเมตร
แล้วค่าของความรัก..เราใช้อะไรวัด

แค่ไหน...ที่เรียกว่ารัก
แค่ไหน...ที่เรียกว่าไม่รัก

แล้วแค่ไหน...ที่เรียกว่ารักมาก

คนหนึ่งคนสามารถรักใครสักคนได้แค่ไหน  "เท่าที่คนคนหนึ่งจะรักคนหนึ่งคนได้"   แล้วแค่ไหน?   กว้างมากกว่าฟ้า หรือแค่ภูเขาหนึ่งลูก  เราใช้อะไรวัดความรักของคนหนึ่งคน   ผู้ชายหลายคนมีความรักให้ผู้หญิงหนึ่งคน  คนไหนมีมากกว่ากัน   "ความรัก"    เข้าใจยากจัง !!!

อยากย้อนเวลา

เคยไหม...? เวลานั่งอยู่คนเดียว  ที่โต๊ะเขียนหนังสือ เงียบ...เหงา... เหมือนกับว่า โลกทั้งใบ  มีเราอยู่เพียงคนเดียว...ต้องอยู่กับตัวเอง อยู่กับความอ่อนล้า ความเจ็บช้ำ 
จากอดีตที่ผ่านมา... ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย หรือแม้แต่ชำเลืองมอง... ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  ยอมรับว่าแทบจะหายหน้าไปเลย  ทิ้งไดอารี่เอาไว้ให้ร้าง   ไม่เปลี่ยนแปลง
เพราะไม่อยากจะคิดถึงเรื่องที่เพิ่งจะผ่านเข้ามา อยากให้เวลาเดิมๆดีๆ  คงอยู่อย่างนั้น...
แต่มันก็คงทำไม่ได้  เพราะสุดท้าย ทุกอย่างก็ต้องเกิดขึ้น   และคนที่ต้องเผชิญกับความจริงนั้น...  ก็คือตัวของเราเอง...  ความสับสนเกิดขึ้นในใจ  ความเครียด 
ความหวั่นไหว  ไม่มั่นคง  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา  ภายใต้ใบหน้าที่สดชื่น  ภายใต้รอยยิ้มที่อิ่มเอม  ใครจะล่วงรู้ได้ว่ามีความอ่อนล้าแอบแฝงอยู่  ไม่มีใครรู้เลย...
เคยคิดอยากย้อนเวลา...กลับไปในอดีต  อยากแก้ไขสิ่งที่ทำผิดไป อยากยื้อเอาวันเวลาที่แสนดีเอาไว้ให้นานเท่านาน  แต่ก็ทำไม่ได้...  เพราะสิ่งนั้นผ่านไปแล้ว 
จะดึงกลับมาได้อย่างไร  ได้แต่ปล่อยให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้น  คงอยู่...  แล้วก็ผ่านไป... ตามทิศทางของมันอย่างนั้น  แล้วรอรับผลที่ตามมา
เท่านั้นเอง...

25 dicembre

เส้นแบ่งระหว่างความรัก

 ช่วงนี้รู้สึกเพ้อๆ พิกล จิตใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว  ฟุ้งไปเรื่อย บางครั้งเห็น บางครั้งแค่ผ่านสายตา  จิตใจก็คิดไปตั้งไกล... วันนี้มีเรื่องอยากคุย  เกี่ยวกับอะไรบางอย่างที่สวยงามที่สุด   งดงามในชีวิต  งดงามทุกกาลเวลา  คงไม่ใช่อะไรอื่น  นอกจากความรู้สึกที่คนทั้งโลกรับรู้ร่วมกัน  และในภาษาไทยเรียกสิ่งนี้ว่า "ความรัก"   พร่ำเพ้อมาหลายวัน    ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่ก็อยากจะพร่ำเพ้อต่อไป คงไม่ว่ากันนะ  เคยสงสัยมานาน  ว่าเราใช้อะไรในการขีดเส้น  เพื่อแบ่งระดับขั้นของความรัก ระหว่างชายและหญิงหนึ่งคู่ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอ อย่างไหนเรียกว่า...
"แค่ผ่านมาเจอ"
"เป็นคนรู้จัก"
"เป็นเพื่อน"
"เป็นคนรัก"
"เป็นคนที่พร้อมจะฝากชีวิตและความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้"
นั่นสิ...
ฉันเองก็ตอบไม่ได้  แต่ละขั้นที่แบ่ง  ดูเหมือนจะแยกกันอย่างเด็ดขาด เพื่อนก็คือเพื่อน  ทุกคนรู้  คนรักก็คือคนรัก  ทุกคนเข้าใจ  แต่ ณ  ขณะที่เกิดความรู้สึกอย่างเพื่อน
กับขณะเกิดความรู้สึกอย่างคนรัก มันแตกต่างกันอย่างไร และถ้าเพื่อนคนหนึ่งจะแปรเปลี่ยนความรู้สึก จากเพื่อน เป็นคนแอบรัก  เหมือนอย่างในเรื่องเพื่อนสนิท
ใครจะบอกเส้นแบ่งความรู้สึกนี้ได้  อีกอย่างที่สงสัย  ถ้าคนๆ หนึ่ง ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  แต่ ณ วันหนึ่ง มีฝ่ายหนึ่งเดินเข้าหา  ด้วยความรู้สึกที่จริงใจ
จากคนไม่เคยคุ้น  กลายเป็นคนที่คุ้นเคย  ความรู้สึกเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร...  ก็แค่สงสัยเท่านั้นเอง...  ไม่มีอะไรหรอก  เพราะการที่เราจะรักใครสักคน
ไม่ว่าจะแอบรักเพียงข้างเดียว  หรือพร้อมที่จะรักกันก็ตาม
มันคงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะมานั่งคิด  ว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตอนไหน  เหมือนกับการนั่งชิมไวน์ในถังที่มีน้ำหยดลงตลอดเวลา
คงไม่มีใครบอกได้ว่า เมื่อไรที่ไวน์ในถังเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่า   สิ่งที่รู้ได้ก็มีเพียงว่า...
ความรู้สึกธรรมดาที่เคยมี  มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว...

ครั้งนึง....คุณเคยรู้สึกมั้ย ?

ครั้งหนึ่ง... คุณเคยปลื้ม เมื่อเขา ดีกับคุณ
แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยโกรธ เมื่อเขา ทะเลาะกับคุณ 
ครั้งหนึ่ง... คุณเคยชอบ เมื่อเขา บอกรักคุณ 
แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยเกลียด เมื่อเขา ไม่ง้อคุณ

ครั้งหนึ่ง... คุณเคย ซื่อสัตย์ เมื่อเขา จริงใจต่อคุณ 
แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยหงุดหงิด เมื่อเขา เฉยชาต่อคุณ 
ครั้งหนึ่ง... คุณเคย หัวเราะ เมื่อเขา หยอกล้อ คุณ 
แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยร้องไห้ เมื่อเขา นอกใจคุณ

ครั้งหนึ่ง... คุณเคยเสียสละเวลา เมื่อเขา อยากพบคุณ 
แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยสูญเสียทั้งกายใจ เมื่อเขา ไม่ต้องการคุณ 
ครั้งหนึ่ง... คุณเคยอบอุ่น เมื่อเขา กอดคุณ 
แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยเหงา เมื่อนึกถึงภาพเขากับคุณ

ครั้งหนึ่ง... คุณเคยอุ่นใจ เมื่อเขา ห่วงใยปกป้องคุณ 
แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยอ่อนแอ เมื่อเขา ไม่สนใจคุณ 
ครั้งหนึ่ง... คุณเคยอภัย เมื่อเขาทำผิดแล้วขอโทษคุณ 
แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคย อยากขอโทษ เมื่อเขาไม่อยู่ฟังคุณ

ครั้งหนึ่ง... คุณเคย คิดถึง เขา เมื่อเขาอยู่ไกลกับคุณ 
แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคย คิดถึงความทรงจำและความผูกพัน 
ระหว่างเขากับคุณเมื่อเขาไม่อยู่กับคุณอีกต่อไป

สักครั้งหนึ่ง... ที่คุณ สุข และ ทุกข์ เพราะ "รัก" 
สักครั้งหนึ่ง...ที่คุณอาจไม่สมหวังใน "รัก" 
แต่คุณจะไม่ผิดหวังที่ได้ "รัก" 
ดีกว่าไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกนี้เลย ... 

เปรียบเทียบ ระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพัน

รู้สึกว่า … คิดถึง แล้วมาหา คือ รัก
รู้สึกว่า เคยมาหา เลยมาหา คือ ผูกพัน

รู้สึกว่า หิว แต่อยากรอ คือ รัก
รู้สึกว่า อิ่มแล้ว อยากเอามาฝาก คือ ผูกพัน
รู้สึกว่า อยากให้เวลากันและกันคือ รัก
รู้สึกว่า อยากใช้เวลาด้วยกัน คือ ผูกพัน
รู้สึกว่า หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ รัก
รู้สึกว่า โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ ผูกพัน
รู้สึกว่า ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึงคือ รัก
รู้สึกว่า นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ ผูกพัน
ขอบคุณเหลือเกิน ความผูกพัน ที่ทำให้รัก
ขอบคุณเหลือเกิน รักที่เป็นมากกว่า ความผูกพัน

อยู่กับตัวเองบ้าง....ก้อดีนะ

การอยู่กับตัวเองบางทีก็ดีเหมือนกันได้รู้จักตัวเองมากขึ้นมากกว่าที่คิดและคาดไว้บางทีการอยู่กับผู้อื่นนานนานทำให้เรามักลืมสำรวจตัวเองอยู่เหมือนกันเมื่อมีโอกาสอยู่โดดเดี่ยวในโลกส่วนตัวทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวจริงจริงในโลกนี้อย่างน้อยน้อยเรายังมีตัวตนของเราอยู่ที่คอยเป็นมิตรแท้ตลอดชีวิตของเราลองอยู่กับตัวเองบ้างแล้วจะรู้ว่าห้วงเวลาเช่นนี้มีคุณค่าเพียงใด

24 dicembre

รักจากหัวใจ กับ รักจากสมอง


ถ้าใครตอบคำถามได้ว่า รักคนคนหนึ่งเพราะอะไร
นั่นเป็นรักจากสมอง สมองมักมีเหตุผลมีคำตอบ
ในการที่ต้องรัก และอาจไม่ใช่รักแท้
เพราะรักแท้ เป็นรักที่ไม่มีคำตอบ

รักจากความรู้สึก รักเพราะรู้สึกรัก สังเกตง่าย
ถ้ารักจากสมอง ชีวิตรักเหมือนอยู่ในโลกความจริง มักไม่อ่อนหวาน
ทำอะไรก็มีแผนการ มีเหตุผล มีคำอธิบายร้อยแปด

ต่างจากรักที่มาจากความรู้สึก ชีวิตเหมือนอยู่ในความฝัน
อ่อนหวาน อบอุ่น ใช้หัวใจในการตัดสิน กลายเป็นคนไม่มีสมอง...

ถ้าใครบอกว่ารักคุณเพราะอะไร
พึงจำไว้ว่ารักแท้จะไม่มีเหตุผล จะไม่มีคำว่าอะไร มาทำให้รัก
เพราะถ้าบอกว่ารัก เพราะคุณสวย เมื่อความสวยหมด อาจเลิกรักได้
หรือถ้ารักเพราะคุณเป็นคนดี
วันหนึ่งก็อ้างได้ว่า ตอนนั้นเห็นคุณเป็นคนดีได้อย่างไร...
หรือถ้ารักเพราะคุณเป็นคุณ ก็คงเบื่อที่จะหาคำอื่นมาพูด คำนี้ใช้ง่ายที่สุด...

**จงฟังคนที่บอกว่า รักคุณ และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรัก
นั่นเเสดงว่าใช้หัวใจรัก ไม่ว่าวันข้างหน้า คุณจะเป็นอย่างไร
หัวใจก็จะยังไม่มีเหตุผลในการรักอยู่ดี

จะเลือกคนที่ใช้หัวใจรัก หรือคนที่ใช้สมองรัก...ขึ้นอยู่กับคุณ