numfon's profile°•. numfon konmaimeehua...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 30

    ความรัก กับ ความจำเป็น

    รักกันไม่จำเป็นต้อง อดข้าว อดน้ำ

    เพื่อเก็บเงิน ไว้จ่ายค่าโทรศัพท์ ทั้งเดือน




    รักกันไม่จำเป็นต้องบอกเลิกนัดกับ "เพื่อน"

    แล้วไปเที่ยวกับ " แฟน"




    รักกันไม่จำเป็นต้องซื้อของแพงๆ ให้

    เงินไม่ได้เป็นหลักประกันว่ารักจริง




    รักกันไม่จำเป็นต้องดูหนังทุกเย็นวันศุกร์

    นั่งสบตาที่แมคโดนัลด์ทุกบ่ายวันเสาร์


    โทรบอกว่า "คิดถึง" ทุก 5 นาทีตลอดเช้าวันอาทิตย์




    รักกันไม่จำเป็นต้องพยายามลงทุนมากมาย

    แลกเทปกันฟัง ตั้งโปรแกรมดูหนังสักเดือนละเรื่องก็ได้


    พากันไปกินเพื่ออิ่ม ไม่ใช่กินเพื่อให้ดูรวย




    รักกันไม่จำเป็นต้องถวายให้ทั้งตัว

    อย่าไปกลัวว่าถ้าไม่ยอมเปลืองตัวแล้วความรักจะหมดไป


    เพราะถ้าเขารักจริง ก็ควรให้เกียรติ ไม่ใช่จ้องจะเอาเปรียบ




    รักกันไม่จำเป็นต้องเอาดวงชะตาไปให้หมอดูจ่ายเป็นร้อย

    เพียงแค่อยากรู้ว่าเป็นเนื้อคู่กันหรือเปล่า





    รักกันไม่จำเป็นต้องตามติดแจ ผูกขาเขาไว้กับขาเรา

    ผูกมือเขาไว้กับมือเรา


    ทำไมต้องทำเหมือนขาดเขาไปแล้วเราจะตาย


    จำไว้ว่าคนทุกคนมีหัวใจคนละดวง




    รักกันไม่จำเป็นต้อง เป็นเงาตลอดเวลา

    ไม่ต้องทุ่มเททำเพื่อ " ความฝัน" ของเขา


    จนชีวิตตัวเองว่างเปล่า หลงลืม"ความฝัน" ของตัวเอง




    รักกันไม่จำเป็นต้องมีเวลาเท่าไหร่ก็ให้ทั้งหมด

    จนไม่เหลือเวลาสำหรับทำ "สิ่งดีดี" ให้ครอบครัว


    ไม่เหลือเวลากลับบ้านเร็วๆ ให้แม่ชื่นใจ


    หลับตาลืมตาก็เห็นแต่หน้า " แฟน"

    ความรักไม่มีคำว่า ถูก หรือ ผิด

    เขาว่าเรื่อง "ความรัก" ไม่มีคำว่าถูกและผิด 
    คุณไม่ผิด ที่ไปรักเขาคนนั้น 
    และเขาเองก็คงไม่ผิด ที่ไม่ได้รักคุณ 
    ในทางตรงข้าม  …
    คุณไม่ผิดที่ไม่ได้รักเขาคนนั้น 
    และเขาก็ไม่ผิดที่มารักคุณเช่นกัน  

     การห้ามใจไม่ให้รักนั้น … ยากนัก 
    แต่คงเทียบไม่ได้ กับการห้ามใจให้ลืมรักเพราะย่อมยากกว่า 
    คุณอาจทำได้ เมื่อมีใครอีกคนก้าวเข้ามาในชีวิตคุณ 
    แต่มันคงไม่ง่าย …  
    ถ้าคุณต้องหักใจให้ลืม ในขณะที่คุณอยู่คนเดียว  

      เขาว่าการชนะใจตัวเองนั้น … อาจดีและมีค่าที่สุด 
    แต่ในเรื่องความรัก  …
    การชนะใจคนที่เรารักนั้น อาจย่อมมีค่ากว่า 
    แต่มันอาจมีค่ากว่านั้น  …
    ถ้าคุณสามารถชนะใจตัวเอง ที่จะปฏิเสธกับความรักที่ย้อนมาหา
    และมันอาจมีค่าที่สุด  …
    ถ้าคุณยอมที่จะ "แพ้" ใจตัวเอง เพื่อจะกลับไปหาความรักนั้น  

      ความรัก … เป็นเรื่องของคนสองคน 
    แต่อย่าลืมว่า บนโลกไม่ได้มีแค่เขาทั้งคู่ 
    อย่าโกรธเขา ที่ต้องปฏิเสธรักจากคุณ 
    ด้วยเหตุผลว่า เราเข้ากันไม่ได้ 
    ด้วยเหตุผลว่าสังคมเราต่างกัน 
    ด้วยเหตุผลว่า เขายังรักคุณอยู่ 
    ด้วยเหตุผลว่า เขารักคนอื่นที่มีค่าพอกับคุณ  

     
    วิทยาศาสตร์ อาจต้องการเหตุผล 
    แต่เรื่องความรัก ย่อมไม่ต้องการเหตุผลใดใด 
    คนดีอาจรักกับคนเลว 
    จงอย่าโทษเขาว่า เขารักคนผิด 
    จงอย่าโทษเขาว่า เขารักคนที่ไม่เอาไหน 
    และจงอย่าโทษตัวเองว่าเรารักคนที่ไม่ดี 
    เพราะสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้องแล้ว 
    จงเชื่อในสายตาของตัวเอง 
    จงเชื่อประตูหัวใจอันมีค่าที่เลือกจะเปิดรับเขาคนนั้น  

         
     แม้ใครจะพูดว่า … คู่ของเราเป็นคนไม่ดี 
    แต่ในแง่ของความรัก  …
    คุณทั้งสองเป็นคนดีของกันและกัน 
    อย่าโกรธเขา ที่บางครั้งเขายอมเป็นคนตาบอด 
    อย่าโกรธเขา ที่บางครั้งเขายอมเป็นคนหูหนวก 
    บางครั้งการไม่เห็นและไม่ได้ยิน 
    เพื่อรักษาและถนอมความรักเอาไว้ 
    ก็อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด  

              
    นิยามความรักแต่ละคน … ย่อมต่างกัน
     
    ไม่แปลก ที่บางคู่อาจทะเลาะกันทั้งวัน 
    ไม่แปลก ที่บางคู่อาจหวานให้แก่กันได้ทั้งวัน 
    และไม่แปลก ที่บางคู่ต่างเฉยชาต่อกัน 
    และก็คงไม่แปลกเลย ที่บางคู่อาจต่างกันราวฟ้ากับดิน  

    บางครั้ง … ความรักคือ การเติมเต็ม 
    แต่บางครั้งความรักอาจคือ การเสียสละและการแบ่งปัน 
    บางคน ความรักอาจเป็นการดูแลและปกป้อง 
    อย่าไปคิดว่า ทำไมคู่เราถึงไม่เหมือนคู่ของใครเขา 
    อย่าไปคิดว่า คู่เราแปลกหรือเปล่า 
    อย่าไปสนใจว่า เราควรเปลี่ยนแปลงอะไรมั๊ย 
    ถ้าจะเปลี่ยน ขอให้เพื่อรักมิใช่เพื่อเลิกรัก

     รัก คือ มองไม่เห็น สัมผัสได้ด้วยใจและตัวเอง คนที่เคยมีความรักเหมือนโลกเป็นสีชมพู รักดีอยู่บ้างทำให้เรามีลมหายใจอยู่มีชีวิตชีวาขึ้นมา แต่มีเรื่องไม่สบายใจขึ้นมาล่ะก็ เจ็บปวดและไม่อยากมีรักเลยหละ 

              แต่มันก็สายเกินไปที่จะไม่มีรักเพราะทุกชีวิตต้องมีคนรัก จริงๆ รักคือ ความสุขที่หาอะไรมาวัดก็ไม่รู้ว่ารักมากแค่ไหน และคือความจำเป็นของคนคนหนึ่งที่ได้รู้ว่ารักมาจากไหน
    เราไม่สามารถหาว่าตัวตนของคำว่ารัก ว่าผู้คิดค้นคือใคร แต่เราเป็นผู้ค้นมันเอง และนี่ก็คือ นิยามความรัก

    ความรักเหมือนน้ำเปล่า

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า
    บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า
    มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า
    มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรแต่มันมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร
    ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น
    ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิด
    ใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน
    หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง เหมือนกับน้ำเปล่า
    คุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ
    และอย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ
    มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้
    เพราะน้ำเปล่า มีคุณประโยชน์เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม
    ถึงมันจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง แต่น้ำเปล่า
    มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใดๆ
    น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ เหมือนกับรักแท้
    คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์
    เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด
    ::แล้วนิยามความรักของคุณล่ะ

    September 27

    ความทุกข์ '0' ไม่ได้มีไว้แบก

    "หากว่าเรากล้าที่จะก้าว ก็อย่ากลัวที่จะล้ม
                                
    หากว่าเราต้องล้ม ก็อย่ากลัวที่จะลุกขึ้นใหม่"

    เวลาที่ชีวิตต้องเจอกับเรื่องทุกข์ๆ เราควรจะยึดคติว่า"ความทุกข์มีไว้ให้ดับ ไม่ได้มีไว้แบก" เจอความทุกข์เมื่อไหร่ ก็หาทางฝังกลบมัน อย่าปล่อยให้ความทุกข์ลุกลามจนเรื้อรัง เดี๋ยวความทุกข์จะกลืนกินความสุขในใจเราไปจนหมด
    การที่เราจะมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข ไม่ได้แปลว่าเราต้องกำจัด
    ความทุกข์ได้อย่างถาวร เพียงแต่เราต้องรู้วิธีที่จะอยู่กับความทุกข์เฉพาะบางเรื่อง ไม่อุ้มความทุกข์ในวันวานมาเป็นทุกข์ในวันนี้และไม่สะสมความทุกข์ของเมื่อวานกับวันนี้ ไปพอกไว้กับความทุกข์ของพรุ่งนี้
    วันที่เรารู้สึกสับสนวุ่นวาย ไม่เข้าใจชีวิต ตัดสินใจไม่ถูก ก็เหมือนกับเราเจอโจทย์เลขหินๆ อ่านโจทย์กี่รอบก็ไม่เข้าใจ ตีโจทย์ไม่ออกก็เลยหาคำตอบไม่เจอ
    การที่เราแก้โจทย์ไม่ได้ สามารถมองได้สามกรณี

    กรณีแรกคือ โจทย์ยากและซับซ้อนเกินไป
    กรณีที่สองคือ โจทย์ผิดหรือไม่ชัดเจนพอ
    กรณีที่สามคือ เรามีพื้นฐานการคำนวณไม่ดีพอ

    เฉกเช่นเดียวกัน การที่เราแก้โจทย์ชีวิตไม่ได้ ก็เกิดได้จากสามกรณี คือโจทย์ชีวิตของเรายากมาก หรือโจทย์ชีวิตมีความผิดพลาด หรือเราอาจจะมีความสามารถไม่พอที่จะแก้โจทย์ เราจึงต้องหาสาเหตุให้ได้ว่า ปัญหาอยู่ที่โจทย์ หรืออยู่ที่เรา ก่อนที่เราจะโทษว่าโจทย์ชีวิตมันช่างยากเหลือเกิน เราลองเปลี่ยนมาทบทวนตัวเราก่อนดีไหม
    ลองถามตัวเองดูซิว่า เราเรียนรู้ชีวิตน้อยเกินไปหรือเราไม่เข้าใจชีวิตในเรื่องไหน เรื่องไหนที่เรายังด้อย เรื่องไหนที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราก็ต้องติวเข้มบทเรียนชีวิตให้มากขึ้น ถ้าหากเรามีพื้นฐานความคิดที่ดีพอสมควร มีความรู้ความเข้าใจพอประมาณ เราก็จะแก้โจทย์ชีวิตได้อย่างไม่ยากเย็น
    แม้ว่าบางโจทย์อาจจะโหดไปบ้าง แต่ถ้าเราแน่พอ อย่างน้อยเราก็พอจะแก้โจทย์ได้สักครึ่งข้อ ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากเราไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ ต่อให้เราเจอโจทย์ง่ายกว่านี้เราก็อาจจะตอบผิด และอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องค้นหาก็คือ ใครเป็นคนตั้งโจทย์ชีวิต ชีวิตเป็นผู้ตั้งให้เรา หรือว่าเราเป็นคนตั้งโจทย์ชีวิตเอง เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงโจทย์ชีวิตเอง เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงโจทย์ได้ ถ้าโจทย์ที่เขียนไว้มันยากเย็นแสนเข็ญนัก เราก็ควรลบโจทย์นั้นทิ้งแล้วคิดโจทย์ใหม่ขึ้นมาแทน อย่าไปเสียเวลากับโจทย์ที่ไม่ให้ประโยชน์กับชีวิต
    อย่าไปใส่ใจกับโจทย์ที่ไม่มีคำตอบ ถึงแม้เราจะมีโจทย์ชีวิตมากมาย แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้ครบทุกโจทย์ เพราะว่าเราสามารถเลือกได้ว่าจะตอบหรือไม่ตอบ สำหรับโจทย์เลข จะมีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว แต่โจทย์ชีวิต อาจจะมีคำตอบที่ถูกต้องมากว่าหนึ่ง เราจึงต้องพิจารณาให้ดีว่าควรจะเลือกคำตอบไหน จึงจะแก้โจทย์ชีวิตและโจทย์หัวใจได้ดีที่สุด

    "ปัญหาบางอย่างในโลกนี้ อาจจะไม่ได้มีไว้ให้เราแก้ แต่มีไว้ให้เราเรียนรู้ว่ามันแก้ไม่ได้"

    ถ้าหากชีวิตมีแต่ความทุกข์เพียงด้านเดียว ชีวิตย่อมหาความสุขไม่ได้ แต่ถ้าชีวิตเต็มไปด้วยความสุขล้วนๆชีวิตก็คงไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร ทั้งความทุกข์และความสุขจึงเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต
    เราจึงควรประสานความคิดและหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อจะได้ดูแลความสุขและความทุกข์ให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะพอดี
    ถ้าหากเรามีคมความคิด การใช้ชีวิตก็จะง่ายขึ้น ถ้าหากเรามีหัวใจที่เฉียบคม ความรู้สึกของเราก็จะชัดเจนขึ้น

                 
    เพราะ " คมอยู่ที่คิด ชีวิตอยู่ที่ใจ " ขอเพียงเรารู้จักเลือกคิด ชีวิตก็จะคมชัด


    ความรู้สึก ระยะห่าง ระหว่างคน

    วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
    ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
    แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น จากคนแปลกหน้า
    กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน

    เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
    สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
    บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
    ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จักคนคุ้นเคย
    หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่


    บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย
    จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน ....
    ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้
    และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ...


    แต่ในทางกลับกัน...
    ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
    จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น ....กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก
    ...

    กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ...

    แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่
    แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ...


    ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา
    พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก...

    ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
    และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน...

    เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1
    ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ...
    และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน ....
    เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว
    เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ

    กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
    เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง
    กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ . .......
    เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป...


    แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
    ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด....
    เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ...
    ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
    กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม
    กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
    แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน...


    ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน
    เจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
    ขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
    โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
    อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน...
    เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าบากแสนล้าบาก ....
    แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น


    บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ...
    ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน
    ไม่เคยรับรู้ว่า ...
    ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน
    แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
    ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ...
    ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ

    การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
    แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย คน
    บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต....
    ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม....


    ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
    ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา
    ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย
    ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์...

    เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา...
    ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง
    ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
    เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า
    ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี
    ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง
    เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ไป
    เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน


    เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
    เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า
    การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี...เสียอีก...


    แล้วคุณ ๆ เล่า
    เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม...
    เคยรู้สึกไหมว่าบางที ความห่างไกล
    กับ ระยะห่างของความรู้สึกเป็นกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน


    เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ
    หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม....
    เคยคิดกันบ้างไหมว่า
    ระหว่างคนพยายามเดินหนี
    คนที่พยายามเดินตาม
    และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม

    คนไหนเจ็บปวดมากกว่า กัน

    September 26

    แคร์ความรู้สึกของคนข้างหลังเราบ้าง ซักนิดนึงนะ

    คนนึงวิ่งตาม...อีกคนวิ่งหนี

    คนนึงฟุ้งซ่าน...อีกคนไม่คิดแถมอึดอัด

    คนนึงสนใจ ใส่ใจ ดูแล เป็นห่วง...อีกคนไม่เคยรู้สึกว่ามีค่า

    คนนึงโทรไปแล้วหาเรื่องคุย...อีกคนรับสายแล้วหาเรื่องวาง

    คนนึงอยากเจอนานๆทีก้อยังดี...อีกคนทำงาน ไม่ว่าง อยากพัก

    คนนึงคิดถึงอีกคน...แต่อีกคนแกล้งทำเป็นไม่รับรุ้

    คนนึงเพิ่งหยุดร้องไห้แล้วโทรหา...อีกคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงเปลี่ยนไป

    บางครั้งคุณควรคิดย้อนกลับไปถึงคนที่เค้ารักและเป็นห่วงคุณบ้าง

    อย่าทำเหมือนความรู้สึกและสิ่งดีๆ ที่เค้าทำให้คุณ

    ไม่มีค่า

    ไม่มีความหมายอะไรเลย

    อย่าทำร้ายความรู้สึกของคนที่รักคุณ...ดูแลความรู้สึกของคนข้างๆคุนบ้าง

    อย่าให้ความรุ้สึกดีๆต้องจางหายไป

    และเมื่อถึงวันนั้น

    วันที่คุณเสียเค้าไป

    คุณจะร้องไห้เสียใจคงไม่มีใครที่จะสงสารคุณ

    September 25

    รักที่รอวันเลิก

    ๐ รัก...ที่รอวันเลิก ๐

    เคยไหม...ที่รู้สึกว่ารักใครสักคน
    รักมันก็รักแต่...มันเหมือนมีอะไรบางอย่างบอกเราว่า
    เราสองคนไม่มีทางร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันได้

    จะด้วยชนชั้น ฐานะ สังคม หรืออะไรก็แล้วแต่
    จุดบอด...ข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
    สามารถทำให้เราพร้อมจะไปทันที

    มันเป็นความรักอึมครึม...ยากที่จะอธิบาย
    ต่างคนต่างรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้
    แต่ก็พยายามยื้อ ยื้อเวลาที่จะอยู่ด้วยกัน

    มันเป็นความรู้สึกเสียดาย...เสียดายวันเวลา
    เสียดายความผูกพัน...เสียดายความรัก
    เสียดายทุกๆ อย่างถ้าจะต้องจากกันจริงๆ

    ไม่ได้เลิกกันเพราะคนอื่น...แต่อย่างใด
    และ..ไม่ได้เลิกกันเพราะมีใครใหม่ด้วย
    มันคล้ายๆ ความรักมาถึงจุดอิ่มตัว
    เหมือนไม่รัก...แต่ก็รัก
    อยู่ต่อก็ไม่ได้...จากไปก็ยังไม่ทันตั้งตัว
    หรือจะรอแค่เวลาก็ไม่รู้

    ถ้าทางออกอีกทาง คือต้องอยู่ห่างกัน...สักพัก
    วัดใจเลยว่าความต้องการจริงๆ คืออะไร
    แล้วจุดดำที่มันค้างคาในใจล่ะจะแก้ยังไง
    จะมีอะไรมาบอกได้ว่าความรู้สึกนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

    ยากเหลือเกิน...รักแบบนี้...ยากที่จะดึงกลับมา
    รักนะ...แต่เราต้องเลิกกัน

     

    September 24

    สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...คือชีวิตเราเอง

    สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...คือชีวิตเรา
    สิ่งที่มีค่าที่สุดในใจเรา...คือใจเรา
    อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร
    อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
    อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดและดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล
    เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลได้ดีไปกว่าตัวเอง
    อย่าปิดกลั้นความรู้สึกของหัวใจ
    อย่าบอกว่าเกิดมาเพื่อรักคนๆเดียว
    คนใจแคบเท่านั้น...ที่เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว
    เราสามารถรักใครต่อใครได้มากมาย
    ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
    หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
    รักต่างแบบ...ปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างกัน
    แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่ง...
    คนบางคนไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้
    เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย...
    และไม่เห็นต้องเจ็บเจียนตาย
    ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้นเต็มที่แล้ว
    อากาศ...ร้อนอบอ้าว
    ออกมายืนคุยกับแสงแดด
    อากาศ...หนาวขาดใจ
    ออกมาหาอุ่นไอลมหนาว
    เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาว...ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกับมัน
    ก็เหมือนความรัก...อยากรู้ว่ารสชาดิมันเป็นไง
    ก็ต้องไปสัมผัสกับมัน...แต่อย่าทรมานตัวเอง
    ด้วยการยืนตากแดดนานๆหรือยืนต้านทานลมหนาว
    ถ้ารู้ว่าร้อนนัก...ก็หลบที่ร่ม
    ถ้ารู้ว่าหนาวนัก...ก็ก่อเตาผิง
    ความรักจะไม่ทำร้ายเรา...ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
    ถ้าเธอรู้จักรัก...แสงแดดจะทำให้เธออุ่น
    ลมหนาวจะทำให้เธอหลับสบาย

    ความในใจของ ผู้หญิง ธรรมดาๆ

    เป็นผู้หญิงธรรมดา
    ที่ไม่เคยซึ้งค่ากับความรักคนไหน
    เทอเป็น"คนแรก"ที่ทำให้ประทับใจ
    ไม่ใช่หน้าตาหรือรอยยิ้มที่มีให้
    แต่เป็นทุกอย่างที่มาจากใจเทอ
    ยังจำได้ไหมที่เทอบอกว่าชอบฉัน
    คำ-คำนั้นยังฝังตรึงลึกซึ้งเสมอ
    คำว่า"ชอบนะ"สั้นๆง่ายๆ ไม่สวยหรู ไม่เลิศเลอ
    แต่มีความหมายให้จดจำเสมอในใจ
    และที่ฉันชอบเทอ
    ก็มาจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆที่ทำให้ฉันเสมอ
    นั่นแหละใช่
    คือความคิดถึงความห่วงใย
    คือการโทรหากันเรื่อยไป และใส่ใจในทุกวัน
    แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป
    คนก็ย่อมเปลี่ยนฝัน
    ฉันก็ไม่รู้ว่าเราจะชอบกันและผูกผันกันไปได้นานแค่ไหน
    วันนี้เทออาจจะยังชอบฉัน แต่พรุ่งนี้ความชอบอาจจะหมดไป
    แต่ไม่ว่าจะอย่างไร
    ผู้หญิงคนนี้เคยชอบเทอยังไงก็ชอบอย่างนี้ตลอดไป
    แม้ว่าพรุ่งนี้เราอาจจะเป็นคนอื่นคนไกล
    แต่ความรักที่เทอเคยมีให้
    จะงดงามอยู่ในใจของฉันเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง

    รักมากที่สุดแต่เกรงใจน้อยที่สุด

    " ทำไมคนที่เรารักมากที่สุด.เรากลับเกรงใจน้อยที่สุด"
    ในที่นี้ไม่ได้พูดเฉพาะกับคนที่เป็นแฟนกันเท่านั้น
    ยังรวมถึงคุณพ่อคุณแม่ของพวกเราด้วยเชื่อว่า
    หลายๆคนคงมีความรู้สึกเหมือนกันว่าเรายอม
    อ่อนน้อมถ่อมตน พูดเพราะ เข้าใจอะไรง่ายๆ กับ
    "คนอื่น" แต่กับคนที่เรารัก..แน่นอนว่าเราสามารถ
    เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด แต่บ่อยครั้ง..เราก็
    เผลอเมินเฉยกับอารมณ์ของเขาเหล่านั้นแต่กลับ
    เอาอารมณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง บ่อยครั้งที่เราเกรงใจ
    คนแปลกหน้า..ที่เขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับเราเลยแต่
    กับคนที่เขาแคร์เราและเราแคร์เขามากๆ..บ่อยครั้ง
    เราก็ทำอะไรโดยไม่เกรงใจเขา...เราทำดี..พูดดี..กับใคร
    ได้หลายคน.. แต่กับคนที่เราเรียกว่า "คนกันเอง"
    เรากลับไม่ค่อยได้ทำอะไรให้เขาปลื้มใจ.. หรือแคร์
    อารมณ์เขาเลยเราทุกคนคงจำได้ว่าเวลาที่เราจีบกัน.
    เราเอาอกเอาใจสารพัด พอเป็นแฟนกันแล้ว..
    ฝ่ายหญิงกลับรู้สึกว่าฝ่ายชาย "เอาใจ" น้อยลงแต่
    " เอาแต่ใจ" ตัวเองมากขึ้นคำพูดหวานๆ หลายคำ.
    .หายไปแม้เขาจะพูดว่า.. อยู่กับเราเขาเป็นตัวของ
    ตัวเองมากที่สุด เพราะไว้ใจเราที่สุดความรัก..
    นอกจากจะเป็นการถ่ายเท ความเป็นตัวของตัวเอง
    แล้วก็น่าจะมีการถ่ายเทความอ่อนโยน..ความเอาใจใส่
    .. และดูแลซึ่งกันและกันพ่วง ไปด้วยเรา อยากให้
    คนที่รักกัน.. มองอีกฝ่ายว่าเป็น " คนพิเศษ"
    เพราะน้อยคนนักที่จะเกิดมาให้เรารักได้อย่างนี้
    สิ่งที่ปฏิบัติต่อ กัน.. ก็ควรจะ มีความพิเศษ.
    เหนือคนอื่นพิเศษ ทั้งการให้และการรับ..
    เป็นความพิเศษที่ทำให้หัวใจทั้งสองฝ่ายอิ่มเอม
    สุดท้ายขอให้ทุก ท่านลองตอบคำถาม ซิว่า..
    " ระหว่างคนแปลกหน้ากับคนพิเศษ... เรา มองหาใคร ?"

    ขอบคุณที่ทิ้งกัน

    ช่วงเวลาที่เสียใจ คนเรามักจะมองผ่านสิ่งสำคัญๆไปเสมอ
    สังเกตไหม....
    เวลาที่เราร้องไห้ ใครที่ซับน้ำตาให้ พร้อมกับพูดว่า
    "สักวันมันจะผ่านไปได้"
    คนที่พูดคำนี้ กลับไปมองเขาดีๆ ว่าเขาเคยผ่าน
    ช่วงเหตุการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่รึเปล่า
    อย่าคิด...แค่ว่า คงไม่มีวันนั้น หรือ มันจะอีกนานแค่ไหน
    ฟังไว้....เผื่อสักวันเราอาจได้ใช้มันกับใครซักคนที่เรารู้จัก
    ................................................................................
    ถ้าไม่เคยถูกทิ้ง....
    เราคงไม่มีวันฟังเพลงอกหักได้ลึกซึ้งเลยซักเพลง
    เมื่อไรที่ฟังแล้วร้องไห้ ดีใจเถอะว่า เราก็ยังมีหัวใจ

    คนที่ใช่ อาจไม่ใช่คนเดียวที่เราต้องใช้ชีวิตด้วย
    คนสุดท้าย อาจเป็นคนเดียวกับคนที่เราไม่เคยแม้แต่จะสนใจ
    อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ กับหัวใจขนาดเท่ากำปั้นของมนุษย์เดินดิน

    ถ้าไม่เคยถูกทิ้ง...
    เราคงไม่มีวันเข้าใจ..ความรู้สึกของใครบางคน
    ที่เราอาจจะหลงลืมไปบ้าง ว่าเคยทิ้งเขามาเช่นกัน

    สัจธรรมชีวิต "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์"
    ทุกคนย่อมเจอะเจอ ไม่มียกเว้นแม้ใครซักคนเดียว
    เมื่อวานอาจเป็นวันที่เจ็บหนักหนาสาหัสที่สุด
    เรายังผ่านมาได้ วันนี้เราจะผ่านไม่ได้เชียวหรือ

    ถ้าวันนั้นเราไม่โดนทิ้ง...
    เราคงไม่มีโอกาสได้เจอใครบางคนที่ดีกว่า
    เขาคนนั้นอาจรอเราอยู่....ในวันข้างหน้า

    เมื่อไรที่เรา"ผ่านมันมาได้"ทุกอย่างจะกลาย
    เป็นอดีต...กลายเป็นความทรงจำ แม้จะแลกด้วยน้ำตา
    แต่ก็ดีกว่า...ชีวิตที่ไม่เคยเจอะเจอะอะไรให้ต้องจำเลย

    ให้ความเจ็บช้ำเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาตัวเอง
    ต้องเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น.......

    วันนั้นเราอาจจะหันกลับไปพูดกับเขาด้วยรอยยิ้มเลยว่า
    "ขอบคุณที่ทิ้งกัน"

    September 23

    หยุดวิ่งตาม...ใครคนนั้นสักครั้ง

    หากเราหาเหตุผลให้กับตัวเอง

     

    ว่าทำไมเราถึงรักคนๆ นี้นัก

     

    แล้วเหตุผลที่ได้ มีแค่เพียง...รักเพราะรัก

    ฟังดูอาจเลื่อนลอยไร้จุดหมายเกินไป

    แต่สำหรับคนที่รักกัน เหตุผลเพียงแค่นี้

    ก็เพียงพอที่จะสานต่อความรักให้อยู่ต่อไป

    แต่กับคนที่เรารักเค้า แล้วเค้าไม่รักเรา

    ไม่เคยจะมองเห็นแม้แต่คุณค่าในตัวเรา

     

    ต่อให้เราหยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เค้าเพียงไหน

     

    หรือให้เหตุผลมากมายในคำว่ารักที่เรามีให้

     

    เค้าก็คงมองไม่เห็นมันเหมือนกัน

    และกับคนประเภทนี้ ยิ่งเราเรียกร้องมากแค่ไหน

    ก็จะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจให้กับเราเท่านั้น

     

    ถ้าคุณมีความสุขกับมันก็ดีไป

     

    แต่สุข...แล้วเหนื่อยใจก้อน่าคิดเหมือนกัน

    คนเราเหนื่อยแล้วก็ต้องพัก

    ต้องหาทางออกที่ทำให้เราดีขึ้น

     

    กับเรื่องของความรักก็เช่นกัน

     

    เมื่อเราต้องเหนื่อยล้าเพราะมัน

    คงต้องพักซะบ้าง...

    ลองหยุดวิ่งตามเค้าสักครั้ง

     

    แล้วมาเดิน(แค่เดิน)ตามตัวเองดูสักหน

     

    คุณอาจรู้สึกดีกว่าการต้องวิ่งตามใครคนนั้น




    อย่างน้อยๆ คุณจะพบว่า

    การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองนั้นไม่ทำให้เราเหนื่อยใจเลย ...

    หากต้องเลือก

    เราทุกคนต้องผ่านการเลือกมาบ้างในชีวิต

    และคงไม่ใช่แค่ครั้งเดียว


    สิ่งที่เราตัดสินใจนั้น

    อาจทำให้เราพึงพอใจมากน้อย แตกต่างกันไป


    ในเรื่องที่สำคัญของชีวิต

    เราย่อมต้องเลือก "สิ่งที่ดีที่สุด" ให้กับตัวเองเสมอ


    การเลือกดังกล่าวนี้ คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นมากนัก

    ถ้าได้ข้อมูลอ้างอิงหรือที่ปรึกษาที่ดีพอ


    แต่ทั้งหมดที่พูดมานั้นอาจไม่เพียงพอ

    หรือไม่ใช่คำตอบสุดท้าย


    ในเรื่องเกี่ยวกับหัวใจ

    บางที...ความรักก็ไม่ได้ต้องการ "สิ่งที่ดีที่สุด"

     

    เท่ากับ "สิ่งที่ถูกใจที่สุด"


    คนที่ดีที่สุด หล่อ สวย รวย เก่ง

    อาจไม่ใช่คนที่ทำให้เราถูกใจที่สุดก็ได้


    บางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

    ให้เราได้พบ ได้รู้จัก หรือถึงขั้นคบหา

    ก็อาจไม่ใช่คนๆ เดียวกับที่เราเคยกำหนดมาตรฐาน

    หรือตั้ง "สเป็ค" เอาไว้


    เพียงแค่ขอให้เขาเป็น "คนที่ใช่"

    เราก็พร้อมจะมองข้ามเรื่องของรสนิยม ให้เป็นสิ่งที่รองลงมา


    สักครั้งหนึ่งในชีวิต...

    ฉันคิดว่าเราควรได้ทำบางสิ่งให้กับหัวใจ

    นั่นคือการได้เลือกคนที่ถูกใจที่สุดให้ตัวเอง


    และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

    เราต้องพร้อมยอมรับผลของการตัดสินใจนั้น

     

    หรือพูดง่ายๆ ว่าควรเผื่อใจไว้ด้วยเสมอ

    September 22

    ถ่านนาฬิกาความรัก

    บ่อยครั้งที่ ความรัก ทำให้เราลืมไปในหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง

    ลืมว่า...

    เราเคยกินข้าวคนเดียว. . . โดยไม่รู้สึกเหงา
    เราถือกระเป๋าเองได้. . . โดยไม่รู้สึกหนัก
    เคยเดินกลับบ้านคนเดียว. . . โดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก

    ยิ่งกับความรัก ที่คบกันเนิ่นนาน
    ยิ่งเนิ่นนาน ความผูกพันก็ยิ่งมาก
    เมื่อความผูกพันเริ่มมาก ชีวิตเราก็มีแต่ความเคยชิน

    เคยชินที่จะกินข้าวกับเขา ดูหนังกับเขา
    เดินกลับบ้านกับเขา โดยมีเขาเอื้อมมือมาถือกระเป๋าให้
    ความรัก ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงอ่อนแอลงหรอก
    แต่ความรัก มักทำให้ผู้หญิงลืมการใช้ชีวิตคนเดียว

    ไม่ต่างจากนาฬิกาแขวนผนัง ที่เดินบอกเวลาไปเรื่อยๆ
    โดยลืมไปว่าที่นาฬิกาเดินได้นั้น เพราะมีถ่านให้พลังงานอยู่
    ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าถ่านจะหมด
    เป็นไปได้...พอๆ กับความรักที่เคยมีมาจะหมดลง

    ซึ่งถ้าวันที่ถ่านหมดมาถึงจริงๆ
    ถึงแม้สองเข็มนาฬิกาจะหยุดเดิน แต่เชื่อไหมว่า...เวลายังเคลื่อนไป
    เวลาบนโลกนี้ไม่ได้หยุดเหมือนสองเข็มนาฬิกา
    ความรักที่หมดลงแล้วนั้น ก็เช่นกัน

    ความรักหมด แต่ไม่ได้หมายความว่า "ชีวิต" จะหมด
    ชีวิตของเรา ยังก้าวเดินต่อไปได้เสมอ

    อาจเหงาบ้าง ที่ต้องกลับมากินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว
    อาจเจ็บปวดบ้างที่เบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคยไม่ปรากฏบนหน้าจอบ่อยๆ อีกแล้ว แต่เชื่อไหมว่า ก่อนหน้าที่ไม่มีเขา เราก็ยังอยู่อย่างมีความสุขได้

    หากชีวิตคือนาฬิกา และ เข็มสองเข็มคือความรัก

    มันก็ยังมีโอกาสที่จะใส่ถ่านความรักก้อนใหม่อยู่ทุกเวลา และเข็มสองเข็มก็ยังมีโอกาสเริ่มเดินต่อไปอีกครั้งหนึ่ง. . .



    Life very very very Good

    โลกกลมๆใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ

    ของฟรีไม่เคยมี  ของดีๆไม่เคยถูก

    อยู่ให้ไว้ใจ    ไปให้คิดถึง

    คนเราต้องเดินหน้า  เวลายังเดินหน้าเลย

    ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ   ขอให้จับหนูได้ก็พอ

    ยิ่งมีใจศรัทธา  ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น

    ในโลกกลมๆใบนี้ไม่มี คำว่า แน่นอน

    คนเราเมื่อม้าตายก็ต้องลงเดิน

    ท้อแท้ได้ แต่ อย่าถอย

    อิจฉาได้ แต่ อย่า ริษยา

    พักได้ แต่ อย่า หยุด

    เหตุผลของคนๆหนึ่ง อาจ ไม่ใช่ของอีกคนหนึ่ง

    ถ้าไม่ลอง ก้าว จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร

    หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้  ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ

    ปัญหาทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้งนั้น

    จะเห็นคุณค่าความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวแล้ว

    อันตรายที่สุด คือ การคาดหวัง

    เริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย

    อย่ายอมแพ้ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่

    จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์

    เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน

    ไม่มีคำว่า บังเอิญ ในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่า...ตั้งใจ

    ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และ ยอมรับกับสิ่งที่เสียไป

    หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใส

    หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว

    ไม่เป็นขุนนาง น่ะ ได้ แต่ไม่เป็น คน ไม่ได้

    มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง เมื่อวานก็สายเกินแก้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไป

    อย่าหวังว่าจะได้ความรักจากคนที่คุณรัก

    เพราะว่าคนที่คุณรักไม่ได้รักคุณหมดทุกคน

    เพื่อนทั่วไปไม่เห็นคุณร้องไห้

    เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาให้

    เพื่อนทั่วไปถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ

    เพื่อนแท้จะมาแต่หัววันเพื่อช่วยเตรียมงาน

    เพื่อนทั่วไปคาดหวังให้คุณเคียงข้างเขาเสมอ

    เพื่อนแท้คาดหวังที่จะเคียงข้างคุณตลอดไป

    September 19

    สถานะแอบรักเคยเป็นกันไหม

    สถานะแอบรัก...หลายคนคง..ได้พบเจอมาบ้างล่ะ

    บางทีสถานะนี้ทำให้เรามีความสุขได้มากมายเลยนะ

    ได้เห็นคนที่เรารัก...มีความสุข..แม้แค่เพียงเค้ายิ้ม

    แค่ได้เห็นเค้าก็มีความสุขแล้ว...ใช่ไหมค่ะ

    มีความสุขที่ได้เห็น..ได้คุยกับเขาบ้าง

    แม้เขาจะไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเรา..ก็มันเป็นความรู้สึกเพียงข้างเดียวนี่

    แต่เราก็มีความสุขได้...เพราะเรามีความรู้สึกดีดีนี่นา

    หลายคนอาจจะว่าเราโง่...แต่เราก็ยอมนะ...บางครั้งมันก็ไม่มีเหตุผลนี่นา

    แอบรักเพื่อน..แอบรักเพื่อนสนิท...

    ก็อย่างที่เราทุกคนรู้อยู่แล้วล่ะ...ความรักมันมีหลากหลายสถานะนะ

    ขึ้นอยู่กับว่าเรามองเห็นคุณค่ากับสิ่งที่เราอยู่หรือเปล่า

    ไม่ผิดหากเราจะรักเขา...ไปตลอด

    และก็ไม่ผิดหากเราจะเลิกรักเขา

    แค่ใช้หัวใจ...ให้หัวใจเราบอก...ก็พอ....

    หากเจ็บปวด...ก็หยุด...และรอ

    หากรักแล้วมีความสุข...แล้วแต่คุณล่ะ...ว่าจะเลือกที่จะทำแบบไหน

    สำหรับฉัน...ฉันจะรักให้ดีที่สุด...ฉันจะทำให้ดีที่สุด..ไม่ว่าเขาคนนั้นจะ

    รู้หรือไม่ก็ตาม...เพราะความรัก...คือสิ่งที่สวยงาม..

    จดจำ...ความรู้สึก...ความสุข...ที่เราได้ทำให้เพื่อคนที่เรารัก..

    แล้วคุณจะรู้เองว่า...ควรจะทำแบบไหน...

    มันไม่ผิดค่ะ..หากจะรัก

    และไม่มีใครบอกให้เราเลิกรักใครได้

    นอกจากตัวเราเองค่ะ....



    วันนี้ ^-^ ที่อ่อนแอ

    เมื่อวานมีไว้ให้วันนี้ได้ "เข้าใจตัวเอง"

    "อดีต" ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเตือนใจ
    ที่จะไม่ให้เราทำผิดซ้ำซ้อนเท่านั้น
    แต่บางครั้งมันก็เป็นยารักษาแผลใจ
    ...ในวันที่ปัจจุบันเดินหกล้ม...
    แล้วเราบอกตัวเองได้ว่าบาดแผลในวันนี้
    ยังน้อยกว่าความเจ็บที่เคยมีในวันวาน...มากมายนัก

    เมื่อไรที่ปัจจุบันเดินหกล้ม
    และเมื่อก้มมองดูตัวเองในวันวาน
    แล้วเราพบว่าบาดแผลในวันนี้
    ยังน้อยกว่าความเจ็บที่เคยมีในวันนั้นมากมายนัก
    เราจะรู้สึกขอบคุณอดีต ขอบคุณบาดแผล
    และขอบคุณความทรงจำที่เจ็บปวด
    ...ที่ครั้งหนึ่งเราเคยอยากลืม...

    จะว่าไปแล้ว...

    "อดีตอาจทำให้เรารู้สึกเจ็บได้บ้าง"
    แต่ในขณะเดียวกัน ในวันที่เราอ่อนแอ
    "อดีตก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นได้เช่นกัน"

    ดูแลหัวใจตัวเองบ้างหรือเปล่า ?

    เคยรู้สึกไหมว่า . ..หมดกำลังใจกับคำว่า
    ...ความรัก...เมื่อหัวใจที่ให้เขาไปแล้ว
    ...กลับไม่ได้รับการดูแลเลย
    จนมันกลายเป็นแค่
    ละอองฝุ่นเล็กๆ ...ที่ไม่มีใครสนใจ





    เคยรู้สึกไหมว่า...เหงาเหลือเกินทั้งๆที่ยังมีเขาอยู่
    แต่รู้ไหมล่ะว่า...เขายังมีเราอยู่หรือเปล่า
    เจ็บไหม? ที่หัวใจอันบอบบางของเรา.....
    ....ถูกทำร้ายแบบนี้
    รักเขามากและยอมทนเจ็บกับมัน





    ลองถามตัวเองดูนะว่า...เราได้ดูแล...
    หัวใจตัวเองบ้างหรือเปล่า
    กลับมาเถอะ...เอาความรักและ
    ....หัวใจอันบอบบางกลับมา
    พักเสียบ้าง...พักที่ตัวเราเองนี่แหละ
    เพราะไม่มีใครที่จะรักดูแลเราได้ . . .
    เท่ากับเราดูแลตัวเอง





    อย่าปล่อยให้ใจต้องปวดร้าว จนเยียวยาไม่ได้
    อย่าให้เวลาสูญเปล่าไปโดยไร้ประโยชน์
    สู้กับตัวเองและหัวใจของเราให้ได้
    สู้ต่อไปไม่ต้องท้อนะทุก ๆ คน . . .

    September 13

    ทำวันนี้ให้ดีที่สุด - เพื่อจะได้ไม่มานั่งเสียดายในวันข้างหน้า

    ตอนเราเด็กๆ ที่พอสอบเสร็จออกมาจากห้องสอบแล้วเกิดความรู้สึกเจ็บใจตัวเองว่าน่าจะอ่านหนังสือให้มากกว่านี้

      หลายๆคนอาจจะเคยคิดในใจว่า "รู้แบบน่าจะทำตั้งนานแล้ว" หรือ "ถ้าสุดท้ายเป็นแบบนี้ รู้งี๊ทำไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว" อะไรทำนองนี้กันมาบ้าง และคงเกิดความเสียดายเหตุการณ์ในอดีตที่ถ้าเกิดเราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรมันได้ ไม่ว่าจะใส่ใจความรู้สึกของกันและกันมากขึ้น หรือว่าจะทำดีต่อกันมากขึ้น ฯลฯ แรกๆคงไ่ม่เท่าไหร่ แต่ถ้าบ่อยเข้าอาจจะเกิดเป็นมะเร็งในอารมณ์ได้เหมือนกัน

    อดีตเปลี่ยนแปลงไม่ได้ อันนี้เป็นความจริงที่หลายๆคนมองข้าม (ทำนองเดียวกับโลกร้อน )

    หลายคนต้องมานั่งเสียดายกับเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งมันไม่ควรจะเกิดขึ้นถ้าเราตั้งใจทำให้ดีที่สุดตั้งแต่ตอนแรก

    ถ้าเราตั้งใจทำให้ดีที่สุดแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะทำให้เกิดความผิดหวังที่ร้ายแรงถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราหวังเอาไว้ เรากลับคิดว่า เราจะยอมรับตรงนี้ได้มากขึ้น เพราะอย่างน้อยเราได้ทำมันออกมาเต็มที่แล้วและเคารพในผลของการตัดสินใจหรือว่าผลของการกระทำที่ตามมาได้เมื่อไหร่ เราจะเสียใจ / เสียดาย เรื่องราวในอดีตลดลงได้เท่านั้น ตรงนี้เสียอีกที่จะทำให้เกิดความเสียหายทางอารมณ์น้อยกว่าที่คิดเอาไว้มาก

    คงไม่มีประโยชน์อันใดกับเราถ้าแค่มานั่งเสียดายเรื่องในอดีตที่ผ่านมา แต่เราสามารถเอาตรงนี้มาเป็นบทเรียน ให้เราตั้งใจทำดีที่สุดเสียตั้งแต่วันนี้ได้เมื่อไหร่ ความเสียดายในเรื่องราวต่างๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นและเป็นบ่่อเกิดของมะเร็งในอารมณ์จะค่อยๆน้อยลง และนั่นจะทำให้เรามีเวลามาอิ่มเอมกับคู่ของเราในช่วงเวลาปัจจุบันกันมากขึ้น ดีกว่ามานั่งเสียดายเรื่องต่างๆในอดีตเราเข้าไปเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้เป็นไหนๆค่ะ

    รักเพื่อรัก..มิใช่...เพื่อครอบครอง

    หลายครั้งที่เรามักเชื่อกันว่า...รักเป็นเรื่องสวยงาม ไม่มีความเจ็บปวด และที่สำคัญ รักไม่เคยทำร้ายใคร แต่ในความเป็นจริง...หลายต่อหลายครั้งที่เรามีความรัก...และต้องเจ็บปวด เสียน้ำตาให้กับรักที่เกิดขึ้น

    เรื่องจริงที่อาจเกิดขึ้นกับหลายคนคือ...การที่คุณมีความรัก...ให้กับใครคนหนึ่ง... แต่ไม่อาจบอกให้เค้ารับรู้ได้หรืออาจเป็นเพราะคุณกลัวที่จะเผยความรู้สึกพิเศษออกไป ได้แต่เก็บงำเอารักนั้นไว้ในใจเพียงคนเดียว และมีความสุขกับการได้อยู่ใกล้ ๆ ในฐานะเพื่อนหรืออาจเป็นเพราะเค้าคนนั้น มีใครคนอื่นอยู่ก่อนแล้ว และในสายตาที่มองมาที่คุณ ความสนิทสนมที่มีให้ ก็เป็นความรู้สึกที่ดีระหว่างเพื่อนเท่านั้น

    หลายคนมีประสบการณ์กับรักเร้นแบบนี้ แต่ก็ยังมีความสุขกับการได้แอบรัก หรือรักเขาข้างเดียว มีความสุขกับการได้อยู่ใกล้ ๆ โดยไม่ได้หวังได้รักตอบรับกลับจากใครคนนั้น สำหรับหลาย ๆ คน การได้รัก ไม่จำเป็นต้องได้รักตอบกลับมา แม้ไม่ได้เป็นใครคนนั้นในใจเขา ไม่ได้เป็นคนแรกที่เขาคิดถึง...ก็ขอเพียงมีความหมายเล็ก ๆ กับเขาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะคิดถึงก็ตาม ก็ยังดีกว่าไม่มีความหมายอะไรกับเค้าเลย...

    การรักใครซักคนนึง ไม่จำเป็นต้องได้รักกลับคืนมา แต่ความรักจะสมบรูณ์เมื่อทั้งสองฝ่ายมอบความห่วงใย ผูกพันให้แก่กัน คนเรา...ควรเลือกรักเพื่อที่จะรัก ...ไม่ใช่รัก เพื่อที่จะครอบครอง การได้แอบดูแล แอบห่วงใยเค้าอยู่ห่างๆ เพราะบอกเค้าไม่ได้ ว่าเรารู้สึกยังงัย แต่การแอบรักใครซักคนนึง มันก็ดีไปอีกแบบ ไม่ต้องมีการบอกคำว่า " รัก " ไม่ต้องคอยระแวง ไม่ต้องคอยโทรหาทุกวัน และที่สำคัญ จะไม่มีคำว่า..เราเป็นเพื่อนกันนะ หรือ จากนี้ไปเราจบกัน...

    จงเป็นสุขกับความรู้สึกดีที่ได้รัก...
    ให้รัก...เป็นความรู้สึกที่พิเศษและมีชีวิตชีวา
    ให้รัก...เป็นแววตาที่สดใส
    ให้รักนี้...เป็นรักที่ไม่อ่อนไหว
    หากแต่เป็นความอบอุ่นในใจและเอื้ออาทร....