numfon's profile°•. numfon konmaimeehua...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 26

    เหนื่อย...จัง ชีวิตนี้

    มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า   เวลาของความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ  แต่เวลาของความเศร้าดูเหมือนแทบจะหยุดเดินด้วยซ้ำ
    เหนื่อย...
    จนบางครั้งถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า..  ที่ทำมาทั้งหมดนี่ เราต้องการอะไร  แล้ว "สักวัน" ที่เฝ้ารอ  มันมาถึงจริงหรือเปล่า   ยิ่งทำเท่าไหร่..  ก็ไม่เห็นไปถึงสักที
    หรือเป็นเพราะ ...  ยิ่งเวลาเดินทางเท่าไหร่..  จุดหมายมันเปลี่ยนไปทุกที
    หรือคนเราไม่รู้จักคำว่า "พอ"  หรือว่ามัน ไม่เคยมีจริง  ฝนตก ..อย่าไปวิ่งตากฝน   เพราะอาจทำให้เราไม่สบาย
    เหนื่อย.. ก็หยุดพัก
    หายเหนื่อยค่อยเดินต่อ
    บางอย่าง...ดูเหมือนทำง่าย  แต่..พอถึงเวลานั้นจริง จริง  ก็ไม่เคยคิดได้แบบนั้นสักที
      เหนื่อย..ก็คงต้องเดินต่อ  ตราบที่จะมีกำลังไปไหว  ยังไงก็ยังมีความหวัง
    มีจุดหมายที่รออยู่ตรงโน้น....  หายเหนื่อยแล้วก็ต้องกลับมาเหนื่อยใหม่  ก็ชีวิตมันไม่ได้สำเร็จรูปเหมือนบะหมี่นี่นา
    เฮ้อ...
    วันพรุ่งนี้ที่ต้องพบเจอ จะเหนื่อยทุกวัน ก็ให้มันรู้ไปสินะ

    แค่ไม่ยอม <แพ้>

    เพราะชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ  เราจึงมักเจอเรื่องทั้งความเศร้า และความสุข
    แต่ก็น่าแปลก...
    ที่เรามักจะจำได้แต่ความทรงจำเศร้า ๆ  แต่ช่วงเวลาที่มีความสุขเรามักจะจำมันไม่ค่อยได้  เพราะส่วนใหญ่เราจะจำเฉพาะช่วงเวลาที่มีความสุขมาก
    หรือความประทับใจ  แต่ความสุขเพียงเล็กน้อย...กลับไม่จำ  แต่ไปจำความทุกข์เล็กน้อยแทน
      กับทางที่ต้องเดินไปอีกไกลแค่ไหน..ไม่มีใครรู้  เราคงทำได้แค่เรียนรู้
    และเก็บไว้เป็นความทรงจำเมื่อเวลาผ่านไป  เรื่องเศร้า ที่ครั้งก่อนเคยเศร้ามาก  แต่ตอนนี้..ถ้าได้กลับมาคิดถึงอีกครั้ง  อาจทำให้ยิ้มได้....

    ชีวิตในการเดินทางวันนี้
    อาจเหนื่อยบ้าง..ท้อบ้าง
    กับเรื่องราวที่ยุ่งยากหลาย ๆ อย่าง
    ซึ่งเราทุกคนต้องเจอ

    แต่เคยสังเกตไหมว่า ....
    ในเวลาแบบนั้น ...อาจมีบางเรื่องราวเล็ก ๆ ของความสุข  ซ่อนตัวอยู่ด้วย  อาจมีกำลังใจ ความห่วงใย ที่เราจะรู้สึก   ในช่วงเวลาที่เป็นแบบนั้น

    ขอแค่...ไม่ยอมแพ้
    เดินต่อให้...ไหว...
    สุดท้ายปลายทาง...
    บางครั้งอาจไม่เป็นไปอย่างที่ฝัน  แต่เชื่อเถอะว่า...อย่างน้อยยังจะมีอะไรดีดี แน่นอน
       เพราะในที่สุด...   ในช่วงเวลาที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม ไม่มีแม้แสงแดด
    สายฝนกระหน่ำจนมองไม่เห็นทางเดิน   และ.... ทำเราเปียกปอนจนไม่สบาย   แต่เมื่อฝนสร่างซา  เราจะพบสายรุ้ง ...   และท้องฟ้าที่แจ่มใส แน่นอน

    หวังว่าข้อความบทนี้คงจะเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคน นะ

    วันที่อะไรอะไรก้อเปลี่ยน

    กับฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยน  ท้องฟ้าสดใสและดูสวย   สายลมยังคงพัดพาความหนาวเย็น  แต่ก็ยังดี..ที่ยังมีแสงแดดให้ความอบอุ่น  อยู่เป็นเพื่อนกันจนถึงสองสามทุ่ม
    บางวันอยู่กันจนดึกดื่น  หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปแล้ว  บางอย่างกำลังเปลี่ยนไปอย่างช้า ช้า   ชีวิต....ในแต่ละวัน  ยังคงดำเนินต่อไป  มีหลายอย่างที่ยังต้องจัดการ
    เหนื่อย...ท้อ...
    แต่ก็ยังไหว....
    อย่างน้อยก็รู้ว่ามีกำลังใจดีดีจากหลาย ๆ คน  ส่งมาช่วย...  รับรู้เสมอ..และทำได้แค่ขอบคุณ  และรู้ว่ายังมีบางคน  ที่ถึงแม้จะบ่นเมื่อได้ฟังเสมอ  แต่ก็ยังรับฟังปัญหาทุกครั้ง
    อยู่เป็นเพื่อนดูแลกันไม่ห่าง  ขอบคุณที่เหนื่อยด้วยกัน  เวลาที่เหนื่อยหรือหมดกำลังใจ   มีคำบางคำที่พกติดตัวอยู่เสมอ

    "คนเราไม่ต้องเก่งไปไปทุกอย่าง..
    แต่จงสนุกกับงานทุกชิ้นที่ได้ทำ"

    ไม่ต้องเหนื่อยเป็นเพื่อนกัน
    แค่อยู่เป็นเพื่อนกันต่อไปก็พอ....

    มีหัวใจแค่หนึ่งกำมือ

    เราวัดอุณหภูมิอากาศด้วยค่าองศาเซลเซียส  เราวัดน้ำหนักด้วยค่ากิโลกรัม  เราวัดระยะทางด้วยค่ากิโลเมตร
    แล้วค่าของความรัก..เราใช้อะไรวัด

    แค่ไหน...ที่เรียกว่ารัก
    แค่ไหน...ที่เรียกว่าไม่รัก

    แล้วแค่ไหน...ที่เรียกว่ารักมาก

    คนหนึ่งคนสามารถรักใครสักคนได้แค่ไหน  "เท่าที่คนคนหนึ่งจะรักคนหนึ่งคนได้"   แล้วแค่ไหน?   กว้างมากกว่าฟ้า หรือแค่ภูเขาหนึ่งลูก  เราใช้อะไรวัดความรักของคนหนึ่งคน   ผู้ชายหลายคนมีความรักให้ผู้หญิงหนึ่งคน  คนไหนมีมากกว่ากัน   "ความรัก"    เข้าใจยากจัง !!!

    อยากย้อนเวลา

    เคยไหม...? เวลานั่งอยู่คนเดียว  ที่โต๊ะเขียนหนังสือ เงียบ...เหงา... เหมือนกับว่า โลกทั้งใบ  มีเราอยู่เพียงคนเดียว...ต้องอยู่กับตัวเอง อยู่กับความอ่อนล้า ความเจ็บช้ำ 
    จากอดีตที่ผ่านมา... ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย หรือแม้แต่ชำเลืองมอง... ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  ยอมรับว่าแทบจะหายหน้าไปเลย  ทิ้งไดอารี่เอาไว้ให้ร้าง   ไม่เปลี่ยนแปลง
    เพราะไม่อยากจะคิดถึงเรื่องที่เพิ่งจะผ่านเข้ามา อยากให้เวลาเดิมๆดีๆ  คงอยู่อย่างนั้น...
    แต่มันก็คงทำไม่ได้  เพราะสุดท้าย ทุกอย่างก็ต้องเกิดขึ้น   และคนที่ต้องเผชิญกับความจริงนั้น...  ก็คือตัวของเราเอง...  ความสับสนเกิดขึ้นในใจ  ความเครียด 
    ความหวั่นไหว  ไม่มั่นคง  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา  ภายใต้ใบหน้าที่สดชื่น  ภายใต้รอยยิ้มที่อิ่มเอม  ใครจะล่วงรู้ได้ว่ามีความอ่อนล้าแอบแฝงอยู่  ไม่มีใครรู้เลย...
    เคยคิดอยากย้อนเวลา...กลับไปในอดีต  อยากแก้ไขสิ่งที่ทำผิดไป อยากยื้อเอาวันเวลาที่แสนดีเอาไว้ให้นานเท่านาน  แต่ก็ทำไม่ได้...  เพราะสิ่งนั้นผ่านไปแล้ว 
    จะดึงกลับมาได้อย่างไร  ได้แต่ปล่อยให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้น  คงอยู่...  แล้วก็ผ่านไป... ตามทิศทางของมันอย่างนั้น  แล้วรอรับผลที่ตามมา
    เท่านั้นเอง...

    December 25

    เส้นแบ่งระหว่างความรัก

     ช่วงนี้รู้สึกเพ้อๆ พิกล จิตใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว  ฟุ้งไปเรื่อย บางครั้งเห็น บางครั้งแค่ผ่านสายตา  จิตใจก็คิดไปตั้งไกล... วันนี้มีเรื่องอยากคุย  เกี่ยวกับอะไรบางอย่างที่สวยงามที่สุด   งดงามในชีวิต  งดงามทุกกาลเวลา  คงไม่ใช่อะไรอื่น  นอกจากความรู้สึกที่คนทั้งโลกรับรู้ร่วมกัน  และในภาษาไทยเรียกสิ่งนี้ว่า "ความรัก"   พร่ำเพ้อมาหลายวัน    ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่ก็อยากจะพร่ำเพ้อต่อไป คงไม่ว่ากันนะ  เคยสงสัยมานาน  ว่าเราใช้อะไรในการขีดเส้น  เพื่อแบ่งระดับขั้นของความรัก ระหว่างชายและหญิงหนึ่งคู่ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอ อย่างไหนเรียกว่า...
    "แค่ผ่านมาเจอ"
    "เป็นคนรู้จัก"
    "เป็นเพื่อน"
    "เป็นคนรัก"
    "เป็นคนที่พร้อมจะฝากชีวิตและความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้"
    นั่นสิ...
    ฉันเองก็ตอบไม่ได้  แต่ละขั้นที่แบ่ง  ดูเหมือนจะแยกกันอย่างเด็ดขาด เพื่อนก็คือเพื่อน  ทุกคนรู้  คนรักก็คือคนรัก  ทุกคนเข้าใจ  แต่ ณ  ขณะที่เกิดความรู้สึกอย่างเพื่อน
    กับขณะเกิดความรู้สึกอย่างคนรัก มันแตกต่างกันอย่างไร และถ้าเพื่อนคนหนึ่งจะแปรเปลี่ยนความรู้สึก จากเพื่อน เป็นคนแอบรัก  เหมือนอย่างในเรื่องเพื่อนสนิท
    ใครจะบอกเส้นแบ่งความรู้สึกนี้ได้  อีกอย่างที่สงสัย  ถ้าคนๆ หนึ่ง ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  แต่ ณ วันหนึ่ง มีฝ่ายหนึ่งเดินเข้าหา  ด้วยความรู้สึกที่จริงใจ
    จากคนไม่เคยคุ้น  กลายเป็นคนที่คุ้นเคย  ความรู้สึกเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร...  ก็แค่สงสัยเท่านั้นเอง...  ไม่มีอะไรหรอก  เพราะการที่เราจะรักใครสักคน
    ไม่ว่าจะแอบรักเพียงข้างเดียว  หรือพร้อมที่จะรักกันก็ตาม
    มันคงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะมานั่งคิด  ว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตอนไหน  เหมือนกับการนั่งชิมไวน์ในถังที่มีน้ำหยดลงตลอดเวลา
    คงไม่มีใครบอกได้ว่า เมื่อไรที่ไวน์ในถังเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่า   สิ่งที่รู้ได้ก็มีเพียงว่า...
    ความรู้สึกธรรมดาที่เคยมี  มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว...

    ครั้งนึง....คุณเคยรู้สึกมั้ย ?

    ครั้งหนึ่ง... คุณเคยปลื้ม เมื่อเขา ดีกับคุณ
    แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยโกรธ เมื่อเขา ทะเลาะกับคุณ 
    ครั้งหนึ่ง... คุณเคยชอบ เมื่อเขา บอกรักคุณ 
    แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยเกลียด เมื่อเขา ไม่ง้อคุณ

    ครั้งหนึ่ง... คุณเคย ซื่อสัตย์ เมื่อเขา จริงใจต่อคุณ 
    แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยหงุดหงิด เมื่อเขา เฉยชาต่อคุณ 
    ครั้งหนึ่ง... คุณเคย หัวเราะ เมื่อเขา หยอกล้อ คุณ 
    แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยร้องไห้ เมื่อเขา นอกใจคุณ

    ครั้งหนึ่ง... คุณเคยเสียสละเวลา เมื่อเขา อยากพบคุณ 
    แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยสูญเสียทั้งกายใจ เมื่อเขา ไม่ต้องการคุณ 
    ครั้งหนึ่ง... คุณเคยอบอุ่น เมื่อเขา กอดคุณ 
    แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยเหงา เมื่อนึกถึงภาพเขากับคุณ

    ครั้งหนึ่ง... คุณเคยอุ่นใจ เมื่อเขา ห่วงใยปกป้องคุณ 
    แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคยอ่อนแอ เมื่อเขา ไม่สนใจคุณ 
    ครั้งหนึ่ง... คุณเคยอภัย เมื่อเขาทำผิดแล้วขอโทษคุณ 
    แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคย อยากขอโทษ เมื่อเขาไม่อยู่ฟังคุณ

    ครั้งหนึ่ง... คุณเคย คิดถึง เขา เมื่อเขาอยู่ไกลกับคุณ 
    แล้วครั้งหนึ่ง... คุณเคย คิดถึงความทรงจำและความผูกพัน 
    ระหว่างเขากับคุณเมื่อเขาไม่อยู่กับคุณอีกต่อไป

    สักครั้งหนึ่ง... ที่คุณ สุข และ ทุกข์ เพราะ "รัก" 
    สักครั้งหนึ่ง...ที่คุณอาจไม่สมหวังใน "รัก" 
    แต่คุณจะไม่ผิดหวังที่ได้ "รัก" 
    ดีกว่าไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกนี้เลย ... 

    เปรียบเทียบ ระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพัน

    รู้สึกว่า … คิดถึง แล้วมาหา คือ รัก
    รู้สึกว่า เคยมาหา เลยมาหา คือ ผูกพัน

    รู้สึกว่า หิว แต่อยากรอ คือ รัก
    รู้สึกว่า อิ่มแล้ว อยากเอามาฝาก คือ ผูกพัน
    รู้สึกว่า อยากให้เวลากันและกันคือ รัก
    รู้สึกว่า อยากใช้เวลาด้วยกัน คือ ผูกพัน
    รู้สึกว่า หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ รัก
    รู้สึกว่า โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ ผูกพัน
    รู้สึกว่า ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึงคือ รัก
    รู้สึกว่า นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ ผูกพัน
    ขอบคุณเหลือเกิน ความผูกพัน ที่ทำให้รัก
    ขอบคุณเหลือเกิน รักที่เป็นมากกว่า ความผูกพัน

    อยู่กับตัวเองบ้าง....ก้อดีนะ

    การอยู่กับตัวเองบางทีก็ดีเหมือนกันได้รู้จักตัวเองมากขึ้นมากกว่าที่คิดและคาดไว้บางทีการอยู่กับผู้อื่นนานนานทำให้เรามักลืมสำรวจตัวเองอยู่เหมือนกันเมื่อมีโอกาสอยู่โดดเดี่ยวในโลกส่วนตัวทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวจริงจริงในโลกนี้อย่างน้อยน้อยเรายังมีตัวตนของเราอยู่ที่คอยเป็นมิตรแท้ตลอดชีวิตของเราลองอยู่กับตัวเองบ้างแล้วจะรู้ว่าห้วงเวลาเช่นนี้มีคุณค่าเพียงใด

    December 24

    รักจากหัวใจ กับ รักจากสมอง


    ถ้าใครตอบคำถามได้ว่า รักคนคนหนึ่งเพราะอะไร
    นั่นเป็นรักจากสมอง สมองมักมีเหตุผลมีคำตอบ
    ในการที่ต้องรัก และอาจไม่ใช่รักแท้
    เพราะรักแท้ เป็นรักที่ไม่มีคำตอบ

    รักจากความรู้สึก รักเพราะรู้สึกรัก สังเกตง่าย
    ถ้ารักจากสมอง ชีวิตรักเหมือนอยู่ในโลกความจริง มักไม่อ่อนหวาน
    ทำอะไรก็มีแผนการ มีเหตุผล มีคำอธิบายร้อยแปด

    ต่างจากรักที่มาจากความรู้สึก ชีวิตเหมือนอยู่ในความฝัน
    อ่อนหวาน อบอุ่น ใช้หัวใจในการตัดสิน กลายเป็นคนไม่มีสมอง...

    ถ้าใครบอกว่ารักคุณเพราะอะไร
    พึงจำไว้ว่ารักแท้จะไม่มีเหตุผล จะไม่มีคำว่าอะไร มาทำให้รัก
    เพราะถ้าบอกว่ารัก เพราะคุณสวย เมื่อความสวยหมด อาจเลิกรักได้
    หรือถ้ารักเพราะคุณเป็นคนดี
    วันหนึ่งก็อ้างได้ว่า ตอนนั้นเห็นคุณเป็นคนดีได้อย่างไร...
    หรือถ้ารักเพราะคุณเป็นคุณ ก็คงเบื่อที่จะหาคำอื่นมาพูด คำนี้ใช้ง่ายที่สุด...

    **จงฟังคนที่บอกว่า รักคุณ และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรัก
    นั่นเเสดงว่าใช้หัวใจรัก ไม่ว่าวันข้างหน้า คุณจะเป็นอย่างไร
    หัวใจก็จะยังไม่มีเหตุผลในการรักอยู่ดี

    จะเลือกคนที่ใช้หัวใจรัก หรือคนที่ใช้สมองรัก...ขึ้นอยู่กับคุณ


    โรคคิดถึง

    โรคคิดถึง ...

    โรคนี้จะเกิดกับคนที่อ่อนแอทางจิตใจขั้นรุนแรง

    อาการเบื้องต้นของโรคนี้เริ่มจากเชื้อพาหะจะเข้ามาใกล้
    สร้างความสนิทสนมกันตามประสาคนรู้จัก

    แต่จะส่งผลถึงคลื่นไฟฟ้าในสมอง
    ซึ่งจะแปรเปลี่ยนคลื่นความถี่จากความรู้สึกธรรมดาฉันท์เพื่อน พี่ น้อง
    ให้เป็นตามที่ใจตนเองต้องการ

    ต่อจากนั้น เมื่อเชื้อโรคได้เข้าสู่ร่างกายแล้ว
    จะกระจายตัวอย่างรวดเร็วด้วยระยะเวลาอันสั้น

    ซึ่งจะแปรตามความสัมพันธ์ที่มีมากหรือน้อยระหว่างผู้รับเชื้อกับผู้แพร่เชื้อ
    ยิ่งมีมาก เชื้อก็จะยิ่งแพร่กระจายได้ไกล

    โดยที่สภาพอากาศมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ด้วย

    ฤดูฝน มีคนโทรมาห่วงว่ากลัวจะเป็นหวัด : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 30%
    ฤดูหนาว มีคนสัมผัสมือแก้หนาว : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 70%
    ฤดูร้อน มีคนชวนไปเที่ยวทะเล : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 25%

    อาการของโรคนี้ โดยมากแล้วจะเริ่มจากการคิดเข้าข้างตัวเอง
    จากนั้นก็จะเริ่มมีอาการอ่อนแอทางจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ

    จะส่งผลกระทบต่อไปถึงชีวิตประจำวัน เช่น ตื่นสายเพราะมัวคุย

    ทางองค์การอนามัยโลก
    จัดให้เป็นโรคที่อันตรายอีกโรคหนึ่ง

    เพราะได้มีผลกระทบต่อทั้งตัวผู้ติดเชื้อเอง
    ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ผลการวิจัยของสถาบันการแพทย์ชั้นนำ
    ได้ข้อสรุปตรงกันว่า โรคแพ้ความใกล้ชิดนั้น

    อาการจะรุนแรงมากหรือน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับตัวผู้รับเชื้อเอง
    หากเกิดอาการอ่อนแอทางจิตใจยิ่งมีมากเท่าไหร่

    อาการของโรคนี้ก็จะน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

    ผลกระทบจากโรคนี้คือ
    เมื่อเชื้อโรคได้แพร่เข้าสู่หัวใจโดยทางเส้นเลือดนั้น
    จะทำให้เกิดอาการท้อแท้ หมดหวัง สิ้นหวัง โทษตัวเอง น้อยใจชีวิต

    ปัจจุบันนี้ ทางการแพทย์ยังไม่สามารถที่จะหาวัคซีนป้องกันได้
    เพราะเนื่องจากเชื้อนี้เป็นไวรัส ไม่สามารถฆ่าให้ตายได้

    ทำให้โรคนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะเป็นๆ หายๆ
    ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นอีกเมื่อไหร่ และจะหายเมื่อไหร่

    ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ารุนแรงมากน้อยเพียงใด
    แพทย์หลายท่านระบุว่า " เวลา"
    จะเป็นยารักษาโรคนี้ได้ดีที่สุด

    December 12

    ความรักของหนุ่มมอเตอร์ไซร์

    ในคืนวันหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่ง กำลังนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซด์
    ที่แล่นไปด้วยความเร็วสูง
    โดยที่ฝ่ายชายเป็นผู้ขับขี่และฝ่ายหญิงเป็นผู้นั่งท้าย
    ทั้งคู่ต่างรักซึ่งกันและกันมาก ญ: ชะลอรถได้มั้ย ฉันกลัว
    ช: ไม่เอาอ่ะ กำลังสนุกเลย ลดความเร็วทำไม ???
    ญ: ได้โปรดเถอะ ฉันกลัว
    ช: งั้น บอกรักผมก่อน
    ญ ได้ "ฉันรักคุณค่ะ " พูดแล้วน่ะ ลดความเร็วได้ยัง??
    ช อืมม....... กอดผมแน่นๆ ซักครั้งสิ
    ญ ได้ ( ฝ่ายหญิงโอบกอดจากด้านหลังอย่างแน่น )
    ญ กอดแล้วน๊ะ ลดความเร็วได้ยัง
    ช อืมม งั้นคุณช่วยผมถอดหมวกกันน๊อกให้ผมที และคุณก้อใส
    มันเอาไว้น๊ะ ที่ผมไม่อยากใส่เพราะผมขับไม่ถนัดน่ะจ่ะ
    ญ ( ฝ่าย ญ ถอดหมวกให้ฝ่ายชายและสวมใส )

    รุ่งขึ้น มีข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ว่า

    มีมอเตอร์ไซด์คว่ำหน้าตึกแห่งหนึ่ง
    เพราะเบรกแตก ทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน และรอดชีวิตหนึ่งคน
    ฝ่ายชายนั้นรู้อยู่ตลอดว่าเบรกรถของตนเองนั้นเสียในขณะที่ขับขี่กันอยู่
    แต่ไม่ได้บอกกับฝ่ายหญิง ในขณะนั้น เพราะว่าเขารู้ดีว่า
    คนรักของตัวเองจะต้องตกใจอย่างมากทีไม่สามารถหยุดรถได้ ดังนั้น
    ฝ่ายชายจึงได้ขอให้ฝ่าย ญ บอกรัก และ กอด
    (เป็นครั้งสุดท้ายโดยที่ฝ่าย ญ ไม่รู้ตัว )

    และให้หมวกกับฝ่าย ญ และตายแทน................

    4 ข้อทายนิสัย (ลองดูว่าตรง อ่ะป่าว)

    1. สัตว์ชนิดใดต่อไปนี้ที่คุณเกลียดมากที่สุด

    1. แมงมุม 2. แมลงสาบ 3. ตุ๊กแก 4. ตะขาบ

    2. ขณะที่คุณกำลังเดินอยู่บนสะพานลอยเพื่อที่จะข้ามถนนไปห้างสรรพสินค้า คุณเจอขอทานบริเวณบันไดทางลง และคุณให้เงินแก่ขอทาน(ใจบุญมากๆ ) คุณคิดว่าขอทานคนนั้นมีลักษณะอย่างไร

    1. ตาบอด 2. พิการ 3. คนแก่ 4. เด็ก

    3. คุณนัดกะเพื่อนๆ ไปเที่ยวทะเล และแวะกินอาหารทะเลด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย ทุกคนทานอาหารเหมือนๆ กัน เมื่อไปถึงที่พัก ปรากฎว่า คุณเกิดท้องเสีย แต่เพื่อนๆ ไม่เป็นอะไรเลย (กระเพาะหนามากๆ) คุณคิดว่าอาหารทะเลชนิดใดเป็นสาเหตุให้คุณท้องเสีย

    1. กุ้ง 2. หอย 3. ปู 4. ปลา 5. ปลาหมึก

    4. ในวันหยุด คุณเดินทางโดยเครื่องบินไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณอยากไปพักผ่อน ขณะนี้คุณนั่งเครื่องมาได้ครึ่งทางแล้ว คุณคิดว่าด้านล่างของเครื่องบินเป็นอะไร

    1. อาคารบ้านเรือน 2. ทะเล 3. ป่าไม้ 4. ทุ่งหญ้า

    เฉลยจ้า ... มาดูกันสิว่าตรงใจคุณแค่ไหน

    1. สัตว์ที่คุณเกลียด สื่อถึง นิสัยบางอย่างที่เมื่อคุณพบในตัวคนรักหรือคนที่คุณกำลังให้ความสนใจ คุณจะเลิกคบและเลิกให้ความสนใจคนๆ นั้นทันที 1. แมงมุม สื่อถึง ความลึกลับน่ากลัว 2. แมงสาบ สื่อถึง ความไม่แน่นอน ลังเลใจ ไม่มีความเป็นผู้นำ 3. ตุ๊กแก สื่อถึง ความเจ้าเล่ห์ไม่จริงใจ 4. ตะขาบ สื่อถึง ความสนิทสนมเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง

    2. ลักษณะของขอทาน สื่อถึง บุคคลที่มีความสำคัญหรือจำเป็นต่อชีวิตของคุณ ซึ่งจะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปในทางที่ดี แต่คุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนๆ นั้น 1. คนตาบอด สื่อถึง คนรัก หรือเพื่อน 2. คนพิการ สื่อถึง ญาติพี่น้อง 3. คนแก่ สื่อถึง พ่อแม่ 4. เด็ก สื่อถึง ตัวของคุณเอง

    3. อาหารทะเลที่ทำให้คุณท้องเสีย สื่อถึง ข้อบกพร่องของคุณที่ควรระมัดระวังเพราะอาจทำให้เพื่อนๆ รู้สึกไม่ดีกับคุณ 1. กุ้ง สื่อถึง ความไม่มั่นใจในตัวเอง ลังเลตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได ้ต้องขอคำปรึกษาจากคนอื่นอยู่ตลอดเวลา 2. หอย สื่อถึง ความขี้เกรงใจ จนบางครั้งมากเกินไป 3. ปู สื่อถึง ความเป็นคนไม่แน่นแน เจ้าอารมณ์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย 4. ปลา สื่อถึง ความเป็นคนไม่รู้จักพอเอาแต่ใจตัวเองต้องการความสมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลาทำใ ห้บางครั้งคุณอาจแสดงกิริยาเกินหน้าเกินตาเพื่อนๆ 5. ปลาหมึก สื่อถึง การเอาเรื่องส่วนตัวของเพื่อนๆมาพูดในที่สาธารณะ

    4. สิ่งที่คุณเห็นอยู่ด้านล่าง สื่อถึง ปัญหาในชีวิตที่คุณอยากจะหนีไปให้พ้น 1. อาคารบ้านเรือน สื่อถึง ปัญหาที่เกิดจากที่ทำงาน การเรียนหรือความ สัมพันธ์ของคุณกับ เพื่อนร่วมงาน 2. ทะเล สื่อถึง ปัญหาเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นจากตัวคุณเอง 3. ป่าไม้ สื่อถึง ปัญหาภายในครอบครัว หรือเรื่องราวความรักของคุณ 4. ทุ่งหญ้า สื่อถึงปัญหาที่เกิดจากเพื่อนหรือความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบข้าง